ธอบอกว่าพรุ่งนี้เธอจะแวะมา คุณว่า…” ฟางหย่ามองเสี้ยเมิ่งเหยาอย่างขอความเห็น ตั้งแต่เสี้ยเมิ่งเหยากลายเป็นประธานเสี้ย โทรศัพท์สายที่รับเยอะที่สุดทุกวันไม่ใช่หุ้นส่วนการค้าของบริษัท แต่เป็นของหลินหลัน หลินหลันโทรมาแต่ละวันหลายสิบสาย เอาแต่ถามว่าเสี้ยเมิ่งเหยาอยู่ที่ไหน
“ให้มาพรุ่งนี้ละกัน” พอพูดถึงหลินหลัน เสี้ยเมิ่งเหยาก็เริ่มปวดหัว หลินหลันไม่รู้ว่าเธอมาจงไห่ครั้งนี้คือมารับตำแหน่งประธานบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป เธอบอกหลินหลันไปว่า เธอมาจงไห่ครั้งนี้ คือมาพักผ่อนหย่อนใจ และหางานทำที่จงไห่ซะหน่อย
แต่ตอนนี้หลินหลันดูเริ่มสงสัยเธอแล้ว ไม่งั้นคงไม่โทรจิกเธอทุกวันเพื่อถามว่าเธออยู่ที่ไหนแบบนี้ ตอนนี้ยังมาจงไห่ด้วยตัวเองเพื่อมาหาเธออีก
พอหลินหลันถึงจงไห่ เรื่องที่เธอรับตำแหน่งประธานบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป คงปิดหลินหลันต่อไปไม่ได้แล้ว
ตกกลางคืน เฉินเฟิงได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
เซียวรั่วโทรมาน่ะเอง
“พี่เฟิง คืนนี้พี่ว่างไหมคะ?” เซียวรั่วถามด้วยน้ำเสียงสดใส เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ดีไม่น้อย
“มีสิ ทำไมหรอ?”
“ฮิๆ คืนนี้มีเทพธิดาคนหนึ่งจะขึ้นเวทีแสดง อยากเชิญพี่มาดูน่ะค่ะ” เซียวรั่วบอกเสียงเริงร่า
เฉินเฟิงยิ้มขำ: “เทพธิดา? นี่หมายถึงตัวเองหรอ?”
“ที่ไหนกันล่ะคะ หน้าฉันหนาขนาดนั้นเลยหรือไง เทพธิดาที่ฉันพูด หมายถึงหวั่นชีวค่ะ”
“คืนนี้เป็นงานฉลองวันเกิดครบรอบร้อยปีของมหาลัยจงไห่ การแสดงชุดเจ็ดนางฟ้าลงมายังโลกมนุษย