ไม่ใช่หรอ? ให้เธอคิดหาวิธีให้จางซื่อหาวสนใจหลินหวั่นชีว พวกเราจะได้อาศัยจางซื่อหาวเป็นตัวกลางไปสืบเรื่องเจ้านั่นดู” หลิวคุนพูดเสียงเรียบ ฐานะเบื้องหลังของจางซื่อหาวไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเท่าไหร่ แถมจางซื่อหาวยังเป็นคนเจ้าชู้มาก ถ้าเขาจะสนใจหลินหวั่นชีวขึ้นมา ก็ไม่มีอะไรน่าแปลก
ต่อให้เขาทำอะไรหลินหวั่นชีวจริงๆ เฉินเฟิงก็ไม่สงสัยมาถึงเขากับอู่จื้อเคอแน่
“แหะๆ พี่คุน ไอเดียนี้ดี เจ้าจางซื่อหาวน่ะถ้าเจอของเด็ดอย่างหลินหวั่นชีว รับรองขาอ่อนเดินไม่ไหวแน่ แถมไม่ต้องใช้หวังหย่าหนาน พวกเราก็สามารถคิดหาวิธีให้มันสนใจหลินหวั่นชีวได้” อู่จื้อเคอยิ้มบอก
“อืม ไม่ว่ายังไง ก็ห้ามดึงพวกเราสองคนพี่น้องเข้าไปพัวพัน ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า” หลิวคุนบอก ถ้าเฉินเฟิงมีแบ็คอะไรจริง แล้วพอพบว่าเรื่องนี้พวกเขาสองคนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เฉินเฟิงไม่มีทางปล่อยพวกเขาแน่
“ครับ พี่คุน ผมจะไปจัดการ”
อู่จื้อเคอคิดว่าเรื่องที่ตัวเองให้นักสืบตามสืบประวัติเฉินเฟิงเป็นความลับ เฉินเฟิงไม่มีทางรู้ได้
แต่กลับไม่รู้เลยว่า วันแรกที่นักสืบสามคนของเขาก้าวเท้าเข้าชางโจว ก็โดนกู้ตงเชินกับหานหลงพบเข้า
พอเฉินเฟิงกลับถึงโรงแรม หานหลงก็โทรหาเขาเลย
“นายน้อยเฉิน มีคนจ้างนักสืบเอกชนมาตามสืบคุณครับ” หานหลงบอกอย่างไม่ปิดบัง
“อืม ผมรู้แล้ว” เฉินเฟิงพยักหน้า เขาไม่แปลกใจกับข่าวของหานหลง เขามาจงไห่แค่ไม่กี่วัน แต่ไปเตะโดนตาปลาใครๆไม่น้อยเลย ถ้าไม่