ลี่เล่อ ดังนั้นผมแบ่งให้หลี่เล่อสองแสน”
“แล้วอีกหกแสนล่ะ?!” เพิ้งเย้นฟางเบิกตาโพลงใส่เฉินเฟิง
“ที่เหลือหกแสน ผมให้หลี่เล่อไปซื้อรถครับ” เฉินเฟิงบอกเสียงเรียบ
ทุกคนเงียบกริบอีกครั้ง
เพิ้งเย้นฟางกรี๊ดร้อง: “เฉินเฟิง ฉันว่านายจงใจไม่แบ่งเงินให้สื้อผิงมากกว่าใช่ไหม?”
“นายพึ่งมาจงไห่ ที่จะนอนยังไม่มี จะเอาเงินหกแสนไปซื้อรถหมดได้ไง?”
“คุณน้าเพิ้งไม่เชื่อ ผมก็ช่วยไม่ได้” เฉินเฟิงยักไหล่หน้าตาเหนื่อยใจ เขาพูดความจริงก็พอแล้ว เพิ้งเย้นฟางจะเชื่อไม่เชื่อ ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
พอเห็นเฉินเฟิงทำหน้าไม่ยี่หระ เพิ้งเย้นฟางปรี๊ดแตก เธอกรี๊ดสนั่นขึ้นมา: “ฉันไม่สน! ฉันไม่สนว่านาจะใช้เงินแปดแสนนั่นหรือยัง ยังไงซะนายติดเงินสื้อผิงเจ็ดแสนอยู่ ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว!”
“วันนี้นายต้องจ่ายเงินเจ็ดแสนมา ไม่งั้นอย่าคิดจะออกไปจากบ้านฉัน!”
“เพิ้งเย้นฟาง อย่ามาทำหน้าไม่อายนะ!” หวางหงอี้ตบโต๊ะเสียงดัง เขาถลึงตาใส่เพิ้งเย้นฟางด้วยความโกรธ เขาไม่คิดเลยว่า เพิ้งเย้นฟางจะพูดแม้แต่คำว่าห้ามออกไปจากบ้านหวางออกมาได้ พฤติกรรมแบบนี้มันต่างอะไรกับการปล้น?
“คุณอาหวางอย่าโมโหไปเลยครับ” เฉินเฟิงขมวดคิ้วพลางปลอบหวางหงอี้ เดิมเขาไม่อยากถือสาคนแบบเพิ้งเย้นฟาง แต่เธอยิ่งได้ใจขึ้นเรื่อยๆ เป็นแบบนี้ต่อไป เพิ้งเย้นฟางคงขึ้นมาเหยียบหัวเขาแน่
เขาเบนสายตามาที่เพิ้งเย้นฟาง พลางเอ่ยปากเสียงเรียบ: “คุณน้าเพิ้ง เจ็ดแสนที่คุณน้าว่า ผมให้ผู้จั