สิ่งซ่อนเร้นในใจ ทว่าเขาก็มิได้ขบคิดให้วุ่นวาย ตราบเท่าที่อีกฝ่ายยอมลงมือก็เพียงพอแล้ว
ณ เวลาเดียวกัน ในนครเทียนจิง
ลวี่หยางในยามนี้ได้กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง เพราะจู่ ๆ เขาก็นึกกระจ่างขึ้นมาถึงเรื่องหนึ่ง หากฝ่ายตรงข้ามเป็นเจินเหรินผู้วางรากฐานจริง เหตุใดจึงต้องอ้อมค้อมเช่นนี้?
เพราะเรื่องครั้งนี้ มิอาจเปรียบได้กับเหตุการณ์ที่เขาหัวกะโหลก
ที่เขาหัวกะโหลกนั้น อิ๋นซานเจินเหรินผู้แฝงเร้นอยู่เบื้องหลัง แท้จริงแล้วหาได้มีเจตนาจะฆ่าเขาไม่ เพียงแค่ใช้เขาเป็นเหยื่อล่อเท่านั้น ทว่าเหตุการณ์ในครานี้กลับแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
คราวนี้…ชัดเจนยิ่งนักว่ามีคนตั้งใจจะฆ่าเขา!
สาเหตุที่จนบัดนี้ยังมิได้ลงมือนั้น เกรงว่าคงเป็นเพราะร่างแท้ของตนยังคงซ่อนตัวอยู่ในค่ายกลซับซ้อนมากมาย จึงมีเพียงร่างจำแลงที่ถูกส่งออกมาสำรวจเบื้องต้นเท่านั้น
นั่นย่อมหมายความว่า พลังฝีมือของผู้ที่อยู่เบื้องหลังคนนั้นยังไม่ถึงขั้นวางรากฐานเพราะหากถึงขั้นนั้นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องยำเกรงสิ่งใด แค่ฝ่ามือเดียวฟาดลงมาก็เพียงพอจะดับชีพเขาอย่างไม่เหลือซาก…
หากพิจารณาจากมุมนี้ แม้อีกฝ่ายจะสามารถขับเคลื่อนเหตุและผลได้ แต่พลังฝีมือก็เกรงว่าจะอยู่แค่เพียงระดับขั้นรวมลมปราณสมบูรณ์เท่านั้น
ช่างประหลาดยิ่งนัก…
สามารถขับเคลื่อนเหตุและผลได้ แต่กลับมิใช่เจินเหริน?
ต้องเข้าใจก่อนว่า “คาดการณ์เหตุและผล” กับ “ขับเคลื่อนเหตุและผล” นั้น แม้จะต่างกันเพียง