นายช่วยไปเมื่อกลางวันคนนั้นเป็นใคร?”
“ไม่รู้” เฉินเฟิงส่ายหัว เขารู้แต่ว่าฉู่ชีงฉือเป็นดาราดังมาก แต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฐานะเธอเลย แต่ดูจากความอลังการของคนติดตามเธอแล้ว ฐานะเธอคงไม่เรียบง่ายเท่าไหร่แน่
“เธอเป็นคนตระกูลฉู่” ฉินเสวี่ยนหรัวพูดออกมาเสียงเรียบ
“ตระกูลฉู่?!” เฉินเฟิงหรี่ตาขมวดคิ้วทันที เขาอดสะท้านไม่ได้ ที่ฉินเสวี่ยนหรัวบอก… คงไม่ใช่ตระกูลฉู่อันนั้นหรอกนะ?
“ตอนนี้กลัวแล้ว?” เธอจับความรู้สึกตกใจของเขาได้ มุมปากฉินเสวี่ยนหรัวยิ้มหยัน
เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าปอด ไม่ได้พูดอะไร ถ้าฉู่ชีงฉือเป็นคนตระกูลฉู่นั้นจริง งั้นเขาคงเข้าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายเข้าแล้ว
“เฉินเฟิง นายแน่มากนะ ด้านเสี้ยเมิ่งเหยายังตัดไม่ขาด ก็ไปสานสัมพันธ์กับคุณหนูใหญ่ตระกูลฉู่เข้าแล้วเนี่ย นายคงไม่ได้อยากเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านฉู่หรอกนะ?” ฉินเสวี่ยนหรัวประชดเข้าให้อีกดอก
“คุณคิดมากไปแล้ว” เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าปอด พยายามสงบความตกใจ และพูดเสียงเรียบ
“ฉันคิดมากไปไหม นายรู้ดีแก่ใจ” ฉินเสวี่ยนหรัวยิ้มเย็น
“เรื่องตระกูลฉู่ ฉันไม่อยากคุยกับนายเยอะ วันนี้ที่โทรมามีสองข่าวจะบอก ข่าวดีหนึ่ง ข่าวร้ายหนึ่ง อยากฟังอันไหนก่อน?”
“ข่าวดี” เฉินเฟิงชะงักก่อนตอบ
“ข่าวดี?” น้ำเสียงฉินเสวี่ยนหรัวดูเอื่อยเฉื่อย “ข่าวดีคือเมียนายตอนนี้มาถึงจงไห่อย่างปลอดภัยแล้ว คนของฉันดูแลเมียนายดีมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอนะ”
“อีกอย่