บทที่ 63 ผู้ฝึกยุทธ์ประลองเทพเซียน
ชั่วพริบตาเดียว หนึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไป
ภายในถ้ำบำเพ็ญ ลวี่หยางนั่งขัดสมาธิบนเบาะ กลางฝ่ามือกลับเห็นก้อนปราณสีขาวพลุ่งพล่านพลิกวนอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน กระทั่งเขาจึงค่อยเหวี่ยงออกไปเบา ๆ
ตูม!!!
เสียงกึกก้องดังสะท้าน ก่อนที่ปราณสีขาวจะพลันขยายตัวอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์ เผยโฉมหน้าไม่ต่างจากลวี่หยางแม้แต่น้อย ทว่ากลิ่นอายพลังกลับผิดแผกโดยสิ้นเชิง
ก็เพราะร่างแท้ของลวี่หยาง ปราณล่องลอยดุจเซียน เป็นผู้บำเพ็ญเซียนโดยแท้ อุดมด้วยรสแห่งวิชามรรคผลของปราณชั้นสูง ทว่าร่างที่ก่อเกิดจากปราณสีขาวตรงหน้า กลับเปี่ยมด้วยโลหิตพลุ่งพล่าน หนักแน่นทุกกิริยา ใบหน้าผึ่งผายคมคายยังแฝงไว้ด้วยราศีดุดันโดยไม่ต้องพยายาม
“ไม่เลว ไม่เลว!”
เมื่อมองดูร่างจำแลงของปราณแท้จริงบรรพกาลที่ตนบ่มเพาะอย่างเหน็ดเหนื่อยมาหนึ่งเดือนเต็ม ลวี่หยางก็พึงพอใจยิ่งนัก เขาพยักหน้าเบา ๆ “คาดไม่ถึงว่าวิถียุทธ์ยังมีประโยชน์เช่นนี้…”
โดยทั่วไปแล้วร่างจำแลงของปราณแท้จริงบรรพกาลย่อมไม่อาจฝ่าทะลุขั้นได้เลย
เพราะแท้จริงแล้ว มันคือก้อนปราณสีขาวลอยเลื่อนแปรปรวนไม่อาจควบคุม ไร้หนทางบ่มเพาะ ไม่ต่างจากเมื่อครั้งลวี่หยางฝึกเคล็ดเวทแสงโลหิตแปรเทพอสูรที่สุดท้ายแปรเปลี่ยนร่างตนเป็นเพียงเงาโลหิต
แต่กระนั้นวิถียุทธ์กลับเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง!
ไม่ย่ำเดินบนเส้นทางเซียน หากแต่วิถียุทธ์มุ่งบ่มโลหิตและกายเนื้อ กลับเห