ฉินเฟิงไม่อยากพูด ฉู่ชีงฉือเข้าใจจึงไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น
“คุณเฉิน นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับพูดคุย ถ้าคุณเฉินสะดวกละก็ สามารถไปกับฉัน……..”เดิมทีฉู่ชีงฉืออยากเปลี่ยนสถานที่คุยกับเฉินเฟิง แต่คำพูดยังพูดไม่จบ ก็ถูกเฉินเฟิงตัดบท
“ขออภัย คุณฉู่ รถไฟใกล้จะมาแล้ว ผมยังมีธุระ” เฉินเฟิงเหลือบมองพร้อมกับพูด รถไฟ7.00น ตอนนี้เป็นเวลา 6:48 น. เริ่มเช็คตั๋วแล้ว
ฉู่ชีงฉือสำลักคำพูด เมื่อเห็นเฉินเฟิงกำลังจะจากไป เธออดไม่ได้ที่จะร้อนใจเล็กน้อย: “รอเดี๋ยวคุณเฉิน สะดวกฝากข้อมูลติดต่อไว้ไหมคะ? ชีงฉือยังมีสองสามคำถามที่ต้องการคุณเฉินชี้แนะ
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา: “นี่คือวีแชทของผม คุณฉู่แกสนเถอะ”
“ขอบคุณคุณเฉิน” แววตาของฉู่ชีงฉือดีใจ รีบหยิบโทรศัพท์ออกมา
ฉากนี้ ทำให้ผู้คนรอบๆจับตามอง ดวงตาทุกคู่เบิกกว้าง
“คุณกล้าพูดไหมว่านี่ไม่ใช่การถ่ายทำ ?! ถ้าไม่ใช่การถ่ายทำ ฉันจะกินโทรศัพท์เครื่องนั้น!”
“ดูเหมือนว่ากำลังถ่ายทำจริงๆ” มีคนยิ้ม
“ไม่ใช่ดูเหมือน แต่ถ่ายจริงๆ จะเป็นไปได้ยังไงที่ฉู่ชีงฉือจะเข้าหาคนอื่นเพื่อขอช่องทางการติดต่อ”
“ใช่ๆ คนอื่นอยากได้ช่องทางการติดต่อยังทำไม่ได้เลย”
“คิดว่าไอ้หนุ่มนี่เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยคุณฉู่สะอีก ที่แท้เป็นการถ่ายทำ”
ปฏิกิริยาของผู้คนรอบๆ คือเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฉู่ชีงฉือกับเฉินเฟิงเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดโดยสิ้นเชิง
เดิมทีฉู่ชีงฉือยังคิดว่าควรจะพูดกับนัก