เหมือนในนิยายกําลังภายใน ยิ่งไปกว่านั้น ดูเฉินจื๋อหลี่แล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาแก่กว่าเฉินเฟิงมาก สมควรที่เฉินเฟิงควรเรียกเฉินจื๋อหลี่ว่าอาจารย์มากกว่า?
เฉินเฟิงยิ้มและเดินไปตรงหน้าพวกเขา
“ต่อไปถ้าอยู่ข้างนอก อย่าเรียกผมว่าอาจารย์อาเฉิน” เฉินเฟิงกล่าว ในประเทศจีน จอมยุทธ์และคนธรรมดาเหมือนอยู่คนละโลก หากเฉินจื๋อหลี่พูดถึงคำว่าอาจารย์อาบ่อยๆ อาจถูกมองว่าเป็นโรคประสาท.
เฉินจื๋อหลี่ผงะไปชั่วขณะ “แล้วจะเรียกว่าอะไร?”
“ จะเรียกอะไรก็ได้” เฉินเฟิงยิ้ม เขาไม่ใช่คนหัวโบราณที่ทำตามกฎทุกอย่าง เขาไม่เคยสนใจเรื่องมารยาทของสำนัก
“ แล้วแต่ ……”
“งั้นเรียกพี่เฟิงละกัน” เฉินจื๋อหลี่พูดอย่างไม่ใส่ใจ
เฉินเฟิงยิ้มและไม่พูดอะไร
“ พี่เฟิง รถไฟความเร็วสูงที่เราขึ้นจะใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงสถานี ไปที่เลานจ์เพื่อพักผ่อนกันเถอะ”
“โอเค.”
ทั้งกลุ่มลากกระเป๋าและเดินไปที่ข้างในสถานี หลินหวั่นชีวเดินตามเฉินเฟิงอย่างเชื่อฟังเหมือนกระต่าย หน้าแดงตลอดทางและไม่พูดอะไร
“ขอทางหน่อย!”
“ขอทางหน่อย!”
ในเวลานี้ จู่ๆก็มีเสียงที่เคร่งขรึมดังขึ้นที่ทางเข้าและฝูงชนก็เริ่มหลบหนี