ได้ช่วยเหลือพวกเธอมามากจริงๆ พูดได้ว่าช่วยเหลือทุกอย่างจนไม่สามารถใช้คำพูดมาบรรยายได้แล้ว
เฉินเฟิงส่ายหัว “ป้าหวาง ผู้หญิงที่ชนคุณในวันนั้นคือป้าของผม เธอมีความสัมพันธ์ไม่มากก็น้อย ผมมีหน้าที่ต้องชดเชยความผิดพลาดที่เธอทำ”
“เห้อ ผู้มีพระคุณ ไม่ว่ายังไง ฉันกับหวั่นชีวก็อยากจะขอบคุณคุณ ต่อไปหากไม่มีคุณ เราสองแม่ลูกไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆ” หวางซูเจินกล่าวด้วยความจริงใจ
“ใช่แล้ว ผู้มีพระคุณ คุณและภรรยาของคุณ … ” หวางซูเจินเหลือบมองไปที่ เฉินเฟิงอีกครั้ง เมื่อวานหลินหวั่นชีวกลับมาและบอกเธอทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อได้ยินว่าตระกูลจะขอหย่ากับเฉินเฟิงเพราะเขาอุ่มหลินหวั่นชีวไว้ หัวใจของเธอก็รู้สึกบีบแน่น
ถ้าเฉินเฟิงหย่าร้างเพราะหลินวั่นชีว งั้นครอบครัวเธอก็ได้ติดหนี้บุญคุณเฉินเฟิงมากแล้ว
มากจนใช้ทั้งชีวิตมาตอบแทนก็ไม่หมด
“ไม่เป็นไร เราได้คืนดีกันแล้ว” เฉินเฟิงยิ้มและโกหก สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับหลินหวั่นชีว ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มภาระทางจิตใจให้กับหวางซูเจินและหลินหวั่นชีว
“งั้นก็ดีแล้ว งั้นก็ดีแล้ว” หวางซูเจินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อได้ยินเฉินเฟิงพูดแบบนี้
หลินหวั่นชีวที่อยู่ด้านข้างก็ดูโล่งใจเช่นกัน
ในเวลานี้โทรศัพท์ของหลินหวั่นชีวก็ดังขึ้น
หลังจากรับสาย ไม่รู้ว่าอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ได้พูดอะไร ใบหน้าสวยของหลินหวั่นชีวก็แสดงความลำบากใจเล็กน้