หน่อย ก็โยนรายชื่อกลับไปให้เฉินจง ต่อมาเฉินจงเลยจัดผู้จัดการหลายคนมาช่วยเขาดูแลกิจการพวกนี้
พอนานไป เฉินเฟิงแทบลืมไปแล้วว่าตัวเองมีธุรกิจตระกูลเฉินอยู่ วันนี้ถ้าจางอานไม่ทำตัวกร่างเตือนสติเขา เฉินเฟิงนึกเรื่องนี้ไม่ออกจริงๆ
“ใช่ ตระกูลหวาง!”
“เถ้าแก่ที่แท้จริงหงส์ขาวคือตระกูลเฉิน!”
“ไม่ใช่ตระกูลเฉิน!”
จางอานยิ้มเย็นลอยหน้าลอยตา ร้านอาหารหงส์ขาวเป็นธุรกิจของตระกูลเฉินจริง แต่ทั่วทั้งชางโจว คนที่รู้เรื่องนี้มีกี่คน?
ต่อให้เขาพูดจาเพ้อเจ้อต่อหน้าเฉินเฟิง เฉินเฟิงจะทำอะไรเขาได้?
ขอแค่เฉินเฟิงไม่มีทางพิสูจน์ความจริง เขาก็จะชนะไม่มีวันแพ้!
คำพูดนี้ของจางอานทำให้เกิดเสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ในห้องโถงอีกครั้ง
แขกหลายคนถึงกับถอนหายใจโล่งอก ในใจคิดกันว่า ไม่ใช่ตระกูลเฉินก็ดีแล้ว ไม่ใช่ตระกูลเฉินก็ดีแล้ว
แน่นอนว่ามีแขกมากมายที่ยังคงสงสัยในคำพูดของจางอาน เพราะตอนที่เฉินเฟิงพูดคำว่าตระกูลเฉินออกมา สีหน้าจางอานดูตกใจตะลึงมาก
ถ้าเฉินเฟิงไม่ได้พูดถูกเผง ทำไมจางอานต้องทำหน้าอย่างนั้น?
“คุณผู้ชายท่านนี้ เห็นแก่ที่คุณเป็นเพื่อนของประธานหลิน ความเสียหายทั้งหมดที่คุณทำต่อร้านอาหารหงส์ขาวของเรา ไม่ต้องให้คุณชดใช้แล้วล่ะ”
“คุณพาน้องสาวคุณไปเถอะ” จางอานมองเฉินเฟิงอย่างเหยียดหยามพลางว่า
มีหลินจงเหว่ยอยู่ที่นี่ เขาทำอะไรเฉินเฟิงไม่ได้จริงๆ แต่ขอแค่ให้เฉินเฟิงไปจากพื้นที่ร้านอาหารหงส์ขาว งั้นเขาก็มีวิธีจัดเฉินเฟ