มา!” ผู้จัดการจางมองเธออย่างรังเกียจ
“แม่ฉันอยู่โรงพยาบาล..”
“พ่อเธอล่ะ?”
“ฉัน…ฉันไม่มีพ่อ” หลินหวั่นชีวสะอึกสะอื้นบอก
“ที่แท้ก็ลูกนอกสมรส ซวยจริงๆ” หลินเย่นด่าเข้าให้อีก
“ในเมื่อคนที่บ้านเธอมาไม่ได้ งั้นฉันคงต้องส่งเธอให้ตำรวจแล้วล่ะ” ผู้จัดการจางยิ้มเย็น ส่งหาตำรวจก็ดี ให้หลินเย่นไปสถานีตำรวจ ร้านอาหารหงส์ขาวจะได้ถอนตัวจากเรื่องนี้ซักที
“ไม่…อย่าแจ้งความนะ” พอได้ยินคำว่าแจ้งความ หน้าหลินหวั่นชีวก็ซีดเผือด หวางซูเจินอยู่โรงพยาบาลคนเดียว ถ้าเธอโดนกักตัวที่สถานีตำรวจ แล้วใครจะดูแลแม่ล่ะ
“ไม่แจ้งความ? เธอไม่ชดใช้เงิน ทำไมฉันจะแจ้งความไม่ได้?” ผู้จัดการขู่ต่อไม่หยุด
“ฉัน…”
หลินหวั่นชีวไม่รู้จะทำยังไงดี ตอนนี้เองโทรศัพท์เธอดังขึ้น
เธอกดรับสาย
เฉินเฟิงโทรมาน่ะเอง
“หวั่นชีว ตอนนี้อยู่ไหนน่ะ?”
“ฮือๆ…พี่เฉินเฟิง…” พอเห็นเป็นเฉินเฟิง น้ำตาหลินหวั่นชีวก็ไหลอาบแก้มทันที
“หวั่นชีว เป็นอะไรน่ะ” เฉินเฟิงเครียดขึ้นทันที เขาแวะมาดูหวางซูเจิน แต่หวางซูเจินกลับหาหวั่นชีวไม่เจอ หลินหวั่นชีวออกมาตั้งแต่เที่ยงแล้ว จนป่านนี้ยังไม่กลับไปเลย ด้วยความเป็นห่วง เขาเลยโทรหาเธอ แต่ไม่คิดว่า….
“พี่เฉินเฟิง ช่วยฉันได้ไหม ฉันทำเสื้อผ้าแขกเสียหาย ผู้จัดการจางจะแจ้งความ…”
“เธออยู่ที่ไหน?”
“ฉัน…อยู่ร้านอาหารหงส์ขาว”
“รอฉันสิบนาที ฉันจะรีบไป” เฉินเฟิงวางสาย และเรียกรถแท็กซี่ มุ่งหน้ามาที่ร้านอาหารหงส์ขาวทันที
“เฉินเฟ