ถามว่า: “กำลังกินอาหารเช้าหรอ?”
“อืม” เธอพยักหน้าอย่างเขินๆ และถามต่อว่า: “พี่เฉินเฟิง พี่…ทานอาหารเช้าหรือยัง?”
“ยังเลย ว่าจะไปกินเนี่ยแหละ” เฉินเฟิงส่ายหน้า เขามองหลินหวั่นชีวหนึ่งที: “ไปด้วยกันไหม?”
“หา?”
“ฉัน….ไม่ไปดีกว่าค่ะ พี่เฉินเฟิง ฉันทานอาหารเช้าแล้ว” เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ใบหน้าแดงเรื่อเล็กน้อย
“กินแล้วจะกินอีกไม่ได้หรอ?” เฉินเฟิงยิ้มน้อยๆ
“ฉัน…”
“เอาล่ะ ไปกับพี่ละกัน” เธอยังอยากพูดอะไรอีก แต่เฉินเฟิงดึงเธอไปโดยไม่ให้โอกาสพูดต่อ
“อืม” หลินหวั่นชีวพยักหน้า ก่อนเดินตามเฉินเฟิงไปอย่างว่าง่าย
พอออกจากโรงพยาบาล เฉินเฟิงหาร้านซาลาเปาร้านหนึ่ง เดินเข้าไปนั่ง
“เถ้าแก่ ขอซาลาเปาห้าเข่ง”
“พี่เฉินเฟิง สั่งมาเยอะขนาดนี้ กินหมดหรอ?” เธอถามเสียงเบา
“พี่กินไม่หมด ยังมีเธอไม่ใช่หรอ?” เฉินเฟิงหัวเราะ เหตุผลที่เขาพาเธอมาด้วยมีแค่อย่างเดียว คือช่วยบำรุงร่างกายให้เธอ ดูจากการกินอาหารของเธอแบบที่เห็นแล้ว ไม่เกินอีกหนึ่งเดียว เธอต้องเป็นโลหิตจางขั้นรุนแรงแน่
“ฉัน…แต่ฉันกินขนาดนี้ไม่หมดหรอก” เธอก้มหน้า เสียงเบาเหมือนยุงบิน
“กินไม่หมดก็ต้องกิน” เฉินเฟิงเข้มขึ้นมา
“ก็ได้”
ไม่นาน ซาลาเปาห้าเข่งก็ยกมาเสิร์ฟ เฉินเฟิงเทจิ๊กโฉ่วยื่นมาตรงหน้าเธอ “กินสิ”
“ค่ะ” เธอพยักหน้าเบาๆ หยิบซาลาเปาออกมาหนึ่งลูกและกัดเบาๆ
เฉินเฟิงยิ้ม หยิบซาลาเปามาลูกหนึ่งจิ้มจิ๊กโฉ่วเล็กน้อยและเอาเข้าปากเลย
ไม่นานเฉินเฟิงกินเร็วด