ะทบกับท่านโห้ นี่เป็นเรื่องที่ปกติมาก”
โห้ชิงซงขมวดคิ้วขึ้น หวงเฟยห้าวพูดแบบนี้ออกมา ก็คงไม่มีทางเป็นไปไม่ได้
ทว่าเขากลับไม่เข้าใจ เฉินเฟิงเขามากันห้าคน แล้วจะทำแบบนั้นได้ยังไง
“แก มานี่! ” โห้ชิงซงชี้ไปยังเฉินเฟิง แล้วทำน้ำเสียงที่สงสัย
เฉินเฟิงกลับไม่ได้ขยับ แล้วหัวเราะด้วยเสียงอ่อน “มีอะไรจะสั่งครับ? ”
“คนที่ใส่เสื้อสีอ่อน ลงไปสำรวจการณ์ดู” โห้ชิงซงหรี่ตาลง จะลองดูว่าเฉินเฟิงแอบวางแผนอะไรไหม แค่ลองดูก็รู้แล้ว
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ? ” เฉินเฟิงทำสีหน้าที่ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา
“ไม่ลงไป…..งั้นก็ตายเถอะ! ” โห้ชิงซงทำน้ำเสียงที่เย็นชา ทีแรกเขารอเอาบัวหิมะซินเจียง แล้วตอนออกจากจางโจว และค่อยเก็บเฉินเฟิง ทว่าตอนนี้ ไหนๆ เฉินเฟิงรนหาที่ตายเอง งั้นเขาก็ไม่ว่าอะไรที่จะส่งเขาไปตาย
จากนั้นบรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความอาฆาต
เวลานี้ โห้หงเย้นจึงขมวดคิ้วขึ้น
“ลุงโห้ ช่างเถอะ ปล่อยให้คนของเราลงไปเถอะ”
“คุณหนู……” โห้ชิงซงรู้สึกตะลึง และอยากจะเกลี้ยกล่อมไม่กี่คำ ทว่าก็เห็นโห้หงเย้นทำสีหน้าที่ยืนหยัด เขาจึงล้มเลิกความคิดนั้น
คนนอกไม่รู้จักโห้หงเย้น เขากลับรู้สึกเธอเป็นอย่างดี คุณหนูเป็นคนที่ปากร้ายใจดำ เธอมีจิตใจที่ดีตั้งแต่เด็ก และไม่เคยคิดร้ายกับใคร ถ้าไม่งั้นคุณท่านโห้จะชอบเธอได้ยังไง