บเป็นเพราะอยากจะถือโอกาสนี้สร้างเรื่องสะทกสะท้านกับตระกูลโห้ ให้ตระกูลโห้ระมัดระวังในพฤติกรรมของตัวเองหน่อย
“ท่านโห้ใจกว้างเหลือเกิน” เซ่เชียนซานคลายยิ้ม คนที่ถูกหวงเฟยห้าวทำร้ายมีสามสิบกว่าคน และหนึ่งคนต้องจ่ายหนึ่งล้าน งั้นสามสิบกว่าคนรวมๆ กันก็สามสิบกว่าล้าน
ก็คงมีแค่ตระกูลโห้เท่านั้นที่จะมีกำลังทางการเงินมากขนาดนี้
“ไอ้น้องคนนี้ รู้สึกเป็นยังไง?” โห้ชิงซงกวาดสายมองไปที่เฉินเฟิง ถึงแม้จะเป็นประโยคคำถาม กลับเต็มไปด้วยความทะนงด้วย ความจริงแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเซ่เชียนซานอยู่ข้างๆ อย่าว่าแต่รู้สึกไม่พอใจเฉินเฟิง แม้กระทั่งสามสิบกว่าล้านนั้น เขาก็ไม่มีทางคืนให้เฉินเฟิงแน่นอน
“ไม่ยังไง” เฉินเฟิงส่ายหัว
“อืม?” โห้ชิงซงเลิกคิ้วขึ้น เขาสามารถถามความเห็นของเฉินเฟิงได้ ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติเขาที่สุดแล้ว แต่ว่าเฉินเฟิงกลับเหมือน…..ไม่ได้คิดจะให้เกียรติเขา?
“แต่ก่อนผมเคยพูด ใครที่ทำร้ายคนของผม มันต้องชดใช้” เฉินเฟิงคลายยิ้มอ่อนๆ
“เงินสามสิบกว่าล้านยังไม่พออีกหรอ?” โห้ชิงซงทำน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่พอ” เฉินเฟิงส่ายห้นา
“’ งั้นคุณอยากจะให้ชดใช้อะไร?” โห้ชิงซงถามด้วยความอดกลั้นความโมโห
“ให้เขาหักแขนหนึ่งแขนของตัวเอง ไม่งั้นก็……ตาย!”
“ผมได้ลงโทษหวงเฟยห้าวไปแล้ว เวลานี้ แม้กระทั่งเซ่เชียนซานที่อยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นแล้ว
และดูจากเขาแล้ว เฉินเฟิงคนที่ไม่รู้จักมารยาท
ถึงแม้สหพันธ์บูโดมีระ