ยามาส่งที่ห้อง
ตอนแรกเฉินเฟิงคิดจะหมุนตัวออกไปทันที แต่ด้านหลังกลับมีเสียงที่ไม่มีความรู้สึกของเสี้ยเมิ่งเหยาลอยมา “นายกับเย่ไห่ถัง สรุปมันเกิดเรื่องอะไรกันแน่?”
เธอต้องการคำอธิบาย
เฉินเฟิงถอนหายใจภายในทีหนึ่ง ยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหานี้จริงเหรอ?
ขยับๆ หนังที่ปาก เฉินเฟิงก็เอ่ยปาก “เย่ไห่ถังเป็นเพื่อนฉัน”
“เมื่อวานที่ผับ หล่อนบอกฉันว่ามีคนอยากลักพาตัวเธอ……”
“ต้องไปคุยที่ผับด้วยเหรอ?” เสี้ยเมิ่งเหยาถามอย่างเย็นชา เธอไม่เข้าใจ เฉินเฟิงมีความคิดอะไรกันแน่ ถึงไปคุยธุระกันกับเย่ไห่ถังที่ผับ หรือว่าด้านนอกคุยไม่ได้?
เฉินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น เขาไม่รู้ว่าควรจะอธิบายกับเสี้ยเมิ่งเหยาอย่างไร หรือว่าบอกตามตรงว่าเย่ไห่ถังบังคับเขาเข้าไป? พูดแบบนั้นเกรงว่าเสี้ยเมิ่งเหยาจะยิ่งโกรธไปกันใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น เย่ไห่ถังก็ไม่ได้บังคับเขาด้วย
“ถ้านายชอบหล่อนแล้วล่ะก็ พวกเราหย่ากันได้นะ” เสี้ยเมิ่งเหยาสงบนิ่งมาก
เฉินเฟิงขมวดคิ้วขึ้น “ต่อไปอย่าพูดแบบนี้อีก”
“ความสัมพันธ์ของฉันกับเย่ไห่ถัง ฉันจะรีบอธิบายกับเธอให้กระจ่าง”
“มีเพียงอย่างเดียวที่ฉันบอกเธอได้คือฉันไม่มีอะไรที่จะละอายในตัวเอง”
เสี้ยเมิ่งเหยาเม้มริมฝีปากแดง และไม่ได้พูดอะไร
เฉินเฟิงถอนหายใจทีหนึ่ง “เอาล่ะ เธอพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะมาหาเธอใหม่”
หลังจากออกมาจากตระกูลเสี้ย เฉินเฟิงได้รับโทรศัพท์ของเย่ไห่ถัง
“หาคนเจอแล้ว?” เสียงของเย่ไห่ถังยังคง