งขั้นต้น เขาก็ต้องรับมือจริงจัง
เขาต้องพิจารณาแล้วว่าคนเบื้องหลังของอาเหาคือใคร
“อาเจียว ในเหตุการณ์ตอนนั้น นอกจากจอมยุทธ์ที่อาโสงพูดถึงคนนั้น ยังมีจอมยุทธ์คนอื่นอีกรึเปล่า?” เฉินจื๋อเหวินถามขึ้น
“ไม่มี” ท่าทางของเฉินจื๋อเจียวเย็นชาอยู่บ้าง เทียบกับเฉินจื๋อโสง เห็นได้ชัดเธอเงียบสงบพูดน้อยกว่า
“พี่เจียว ทำไมพี่ไม่ให้ผมฆ่าเจ้าหมอนั่น?” เฉินจื๋อโสงอดถามไม่ได้ เดิมทีเขาอยากฆ่าอาเหาไปทีเดียวเลย ผลปรากฏว่าเฉินจื๋อเจียวพูดมาว่าอย่าฆ่าคนประโยคหนึ่ง ทำให้เขาเก็บพลังที่ปล่อยออกไปกลับมาเก้อๆ แล้วไว้ชีวิตอาเหาไป
“คำพูดของพี่ใหญ่นายลืมแล้วเหรอ?” เฉินจื๋อเจียวมองเฉินจื๋อโสงด้วยหน้าตาไร้อารมณ์
“ไม่ได้ลืม ก็แค่คันมือ” เฉินจื๋อโสงหัวเราะแบบอึดอัด ก่อนหน้าที่มาเมืองชางโจว เฉินจื๋อเหวินเคยกำชับพวกเขา ถ้าเหลือทนสุดๆ พยายามอย่าฆ่าจอมยุทธ์
“อาโสง อย่าอะไรนิดอะไรหน่อยก็ฆ่าคน” เฉินจื๋อเหวินมองเฉินจื๋อโสงด้วยความจำใจอยู่บ้าง ก่อนจะบอกไป “ยังมีอาหลี่อีก นายก็เหมือนกัน”
“พวกนายสองพี่น้อง ต้องใช้สมองทำงาน อย่าพึ่งแต่กำลัง”
“รู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงให้เมิ่งหลงโกหก?” เฉินจื๋อเหวินถาม
“ไม่รู้” เฉินจื๋อหลี่กับเฉินจื๋อโสงส่ายหน้าตามๆ กัน
“ฉันให้เมิ่งหลงพูดโกหก เป็นเพราะเสี้ยเมิ่งเหยาคนนั้นหรือจะพูดว่าตระกูลเบื้องหลังของเธอมีปัญหา” เฉินจื๋อเหวินตอบ
“พี่เหวิน มีปัญหาอะไร?” หวังเมิ่งหลงอดถามไม่ได้
เฉินจื๋อเหวินถอนหายใจที