อียงมาตรงหน้าทันใด ใช้ดวงตาที่มีท่าทีแบบรุกรานจ้องเฉินเฟิงไว้ ถามอย่างจริงจัง
“สวย”
กลิ่นหอมโชยมาแตะที่จมูก เฉินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น ถึงแม้ไม่อยากยอมรับ แต่ไม่พูดไม่ได้ว่าที่จริงเย่ไห่ถังเป็นคนที่ยากจะได้เจอ ถึงแม้เทียบกับเสี้ยเมิ่งเหยาจะยังต่างกันไม่เท่าไร
“เทียบกับเสี้ยเมิ่งเหยาล่ะ?” ร่างกายเย่ไห่ถังยังเอียงมาด้านหน้าต่ออีก ขั้นที่เกือบจะมาแนบกับหน้าเฉินเฟิง
มองใบหน้างดงามมีเสน่ห์ที่อยู่ใกล้แค่คืบ เฉินเฟิงอดส่ายหน้าไม่ได้ ทอดถอนใจตอบ “คุณก็รู้คำตอบ”
“ฉันอยากให้คุณบอกฉันกับปาก” บนหน้าน้อยๆ ของเย่ไห่ถังมีความดื้อรั้นอย่างน่าประหลาด
“เสี้ยเมิ่งเหยา” เฉินเฟิงไม่ได้ลังเล พูดชื่อของเสี้ยเมิ่งเหยาตามตรง
บนหน้างดงามของเย่ไห่ถังเผยรอยยิ้มออกมาทันใด เธอเก็บท่วงท่าเอียงมาตรงหน้ากลับไป ไม่ได้ถามต่ออีก แต่ว่ายกคอกเทลตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมด
“จื่อหลัน ผู้ชายทางนั้นไม่ใช่ลูกเขยสวะคนนั้นของตระกูลเสี้ยของพวกเธอเหรอ?”
เวลานี้ ในอีกมุมหนึ่งของผับ เสี้ยจื่อหลันมาดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนสนิทสองสามคนเช่นกัน
หลังได้ยินเพื่อนสนิทพูดแบบนี้ เสี้ยจื่อหลันขมวดคิ้วขึ้นมาโดยจิตใต้สำนึก “จางหลิน เธอมองผิดแล้วมั้ง เจ้าสวะนั้นจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน”
“เป็นไปไม่ได้ที่จะมองผิด ครั้งก่อนตอนงานฉลองวันเกิดคุณปู่เสี้ยของพวกเธอที่โรงแรมใหญ่เมืองชางโจว พวกเธอทั้งตระกูลนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน ตอนนั้นเธอยังเคยชี้ให้ฉันดูเขา ฉั