นที่แท้จริงของเฉินเฟิง แน่นอนว่า เขาจะไม่เข้าไปถามแน่ หากเป็นไปได้ เขาก็ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับเฉินเฟิงถดถอยลง
“ไม่รู้?” หวังชุนฮัวประหลาดใจ “จะไม่รู้ได้ยังไงกัน? นั่นมันขาใหญ่ที่สุดยอดมากเลยนะ กว่างฉวน เธอต้องไปสืบมาดีๆ ว่าอีกฝ่ายเป็นคุณชายของตระกูลไหนกันแน่….”
“อาสะใภ้รอง พี่เฉินเฟิงเป็นคุณชายของตระกูลไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณเหรอครับ?” จูกว่างฉวนพูดขัดด้วยความรำคาญนิดๆ ในบรรดาคนในตระกูลจู อาสะใภ้หวังชุนฮัวคือคนที่ขี้ประจบสอพลอที่สุด
“กว่างฉวน พูดอย่างนี้ได้ยังไงกัน?” หวังชุนฮัวไม่ยอมคล้อยตาม “เฉินเฟิงคนนั้นเป็นคุณชายตระกูลไหน จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ยังไง?”
“ครั้งนี้เขาช่วยเหลือตระกูลจูของเราเอาไว้ งั้นเขาก็เป็นผู้มีพระคุณของตระกูลจูเรา ผู้มีพระคุณของตระกูลจูก็คือผู้มีพระคุณของฉันหวังชุนฮัว แล้วมันจะไม่เกี่ยวข้องกับฉันได้ยังไง?”
จูกว่างฉวนยิ้มเยาะ หวังชุนฮัวก็ถือว่าทำให้เขาให้รู้จักว่า อะไรที่เรียกว่าหน้าหนากว่ากำแพง เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าเป็นสองบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน หล่อนก็ยังจะโยงเข้ามาหากันได้อีก
“อาสะใภ้รอง อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคุณอะไรอยู่! พี่เฉินเฟิงก็คือพี่เฉินเฟิง ตระกูลจูก็คือตระกูลจู ระหว่างสองฝ่ายนี้ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันทั้งนั้น อย่าคิดจะเอาพี่เฉินเฟิงมาเชื่อมโยงกับตระกูลจูเรา” จูกว่างฉวนมองหวังชุนฮัวด้วยสายตาเย็นชา หลังพูดจบ เขาก็หันเดินออกจากห้องโถงโดย