จูเดินตามหลังเขาไป คนของตระกูลจู เดินออกไปต้อนรับ
เมื่อถึงหน้าประตู ถึงพบว่า ตระกูลเติ้งที่มานั้น คือชายชราผิวขาวที่สวมชุดผ้าไหมแบบราชวงศ์ถังคนหนึ่ง
ชายชราคนนั้นดูสง่างามและเรียบง่าย แต่เขากลับไม่มีกลิ่นอายของความโกรธเกรี้ยวที่น่าจะมีอยู่เลย
“พ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูลเติ้ง เติ้งหยูเจอ!”
มีใครบางคนนึกตัวตนของชายชราขึ้นได้
ทุกคนในตระกูลจูต่างตกตะลึง ไม่นึกว่า ตระกูลเติ้งจะถึงขนาดส่งคนระดับนั้นมาเพื่อทวงถามความผิด
“ท่านเติ้ง ขอต้อนรับ ขอต้อนรับ!” จูเฝิงชุนแม้ในใจจะระส่ำ แต่สีหน้าของเขากลับไม่แสดงอาการใดๆ ใบหน้าทักทายด้วยรอยยิ้ม
“พี่เฝิงชุน สุภาพไปแล้ว” เติ้งหยูเจอยกมือขึ้นประสานคำนับ ใบหน้าเผยรอยยิ้มใจดี ดูไม่มีวี่แววของความโกรธเลยแม้แต่น้อย
ทุกคนในตระกูลจูมองหน้ากัน ท่าทีของเติ้งหยูเจอ ทำไมถึงได้ไม่เหมือนคนที่มาถามเอาความเลย
“พี่เฝิงชุน หลายชายคนโตของพี่ล่ะ?” ก่อนที่เติ้งหยูเจอจะมา ได้สอบถามเรื่องข่าวคราวของจูกว่างฉวนมาอย่างชัดเจนแล้ว และรู้ว่าจูกว่างฉวนเป็นหลานชายคนโตของจูเฝิงชุน ผู้สืบทอดของตระกูลจู
เมื่อเห็นเติ้งหยูเจอเข้าเรื่อง ในใจของจูเฝิงชุนก็อดโหวงไม่ได้ ใบหน้ายังคงยิ้ม “ท่านเติ้ง เจ้าปีศาจนั่นอยู่ข้างหลังฉัน”
ปีศาจ? เติ้งหยูเจอผงะอึ้งไปเล็กน้อย เขาเบนสายตาไปที่จูกว่างฉวน ขณะกำลังจะพูด จูเฝิงชุนก็ตะโกนขัดขึ้นมาก่อน “ไอ้ปีศาจ ยังไม่คุกเข่าลงอีก!”
“คุกเข่า?” เติ้งหยูเจอตกตะลึง ยังไ