“พอแล้วพอแล้ว พี่ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้พี่เป็นห่วงเขาสักหน่อย” จูเจียเหยียนขัดจังหวะจูกว่างฉวนขี้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์ แล้วพูด “พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ พี่ เดี๋ยวพอถึงบ้านแล้ว พวกท่านปู่ต้องถามถึงความผิดของพี่แน่ พี่ก็อย่าซื่อบื้อรับผิดอยู่คนเดียวล่ะ ก็บอกไปว่าพวกซูนแช่น่ะตั้งใจหาเรื่องพี่ อีกอย่าง ท่าทียอมรับผิดของพี่จะต้องนอบน้อมหน่อยนะ ห้ามไปต่อปากกับพวกท่านปู่เด็ดขาด”
“วางใจเถอะ พี่ไม่โง่หรอกน่า”
“นี่ยังไม่โง่อีกเหรอ….”
ในเวลาเดียวกันนั้น ห้องโถงของตระกูลจู ผู้อาวุโสแห่งตระกูลจูต่างมารวมกันครบแล้ว แต่ใบหน้าของทุกคนนั้น ขึงตึงจนราวกับจะกลายเป็นหิน บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
“เจ้าปีศาจนั่นยังไม่กลับมาอีกเหรอ?!”
หลังจากนั้น ผู้เฒ่าจูเฝิงชุนผู้นั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุดของตระกูลจูพูดขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด
ทุกคนในตระกูลจูตัวสั่นสะท้าน
“ท่านพ่อ กว่างฉวนเขา…ยังอยู่ระหว่างทาง” ชายวัยกลางคนที่อ้วนพอๆ กับจูกว่างฉวนยิ้มเหยเกเหลือบมองผู้เฒ่าก่อนพูด
“ยังอยู่ระหว่างทาง?!”
“งั้นก็ปล่อยให้ตายอยู่ข้างถนนนั่นแหละ! ยังจะกลับมาทำไมอีก!”
จูเฝิงชุนตะคอกด่า หลังจากที่ได้รับข่าวเมื่อคืน เขาโกรธแทบกระอักเลือด ให้ตายเขาก็คิดไม่ถึงว่าหลานชายของตัวเอง จะไปหาเรื่องซูนแช่และเติ้งซื่อชีคุณชายใหญ่ของสองตระกูลยักษ์ใหญ่นั่นเข้าเพียงเพื่อเจ้าเขยแต่งเข้าคนหนึ่ง
จูเฝิงชุนนึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมจ