กล้าไม่เบา กล้าลงมือกับฉัน!” อู๋จิ่วโยหัวเราะร่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความชื่นชม ไม่เสียแรงที่เย่ไห่ถังมีชื่อเสียงเรื่องความเก่งกล้า คนทั่วไปที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงเมื่อต้องมาสู้กับเขาที่เป็นอ้านจิ้งขั้นกลาง จะวิ่งยังวิ่งแทบไม่ทัน คงต้องโทษพ่อแม่ที่ตอนเกิดมาไม่ให้ขาเพิ่มขึ้นมาด้วย แต่เย่ไห่ถังกลับกล้าที่จะสู้กับเขา แค่ความกล้าหาญนี้ ก็เพียงพอให้เขาชื่นชมแล้ว
ตอนนี้ เติ้งซื่อชีเดินมาตรงหน้าเฉินเฟิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความดุร้าย
“ไอ้สวะ ถ้าตอนนี้แกยอมคุกเข่า ฉันก็อาจจะให้แกได้มีความสุขสักครั้ง!”
“แกแน่ใจเหรอว่าจะให้ฉันคุกเข่า” เฉินเฟิงเหลือกตามอง
“ไอ้สวะ ฉันบอกให้แกคุกเข่าลง นี่ก็ถือว่าเป็นพระคุณกับแกมากแล้ว! คางคกอย่างแก ไม่ควรจะคิดเพ้อฝันถึงไห่ถัง!” สีหน้าของเติ้งซื่อชีดุร้ายอย่างยิ่ง “ได้ยินว่าสวะอย่างแกยังมีเมียที่หน้าตาสะสวย เธอชื่ออะไรนะเสี้ยเมิ่งเหยาใช่มั้ย แกวางใจเถอะ หลังจากที่แกตายแล้ว ฉันจะ ‘ดูแล’ เมียแกให้อย่างดี ฮาๆๆ!
“ฉันจะหาผู้ชายฉกรรจ์สักสิบกว่าคน ให้พวกเขาแต่ละคน…….”
“พลั่ก”
เติ้งซื่อชียังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเฉินเฟิงตัดบทขึ้นมาก่อน
ใช้หมัดตัดบท!
เฉินเฟิงสีหน้าเกรี้ยวกราด ไอ้สารเลวเติ้งซื่อชี ช่างไม่รู้เลยว่าคำว่าตายสะกดอย่างไร กล้าทำอัปรีย์หยามเกียรติของเสี้ยเมิ่งเหยาต่อหน้าเขา
“แก……แกเป็นจอมยุทธ์เหรอ” เติ้งซื่อชีสีหน้าน้ำเสียงตื่นตกใจ หมัดเมื่อครู่ของเฉินเฟิง เขาไม่ทันได้ต