มีเสียงแหบของหญิงชราดังขึ้นมา
“ป้าชิง คุณไม่ได้พูดออกมาแบบนี้เหรอ เฉินเฟิงคนนี้ อาจจะอยู่ในขั้นอ้านจิ้งขั้นสูงใช่ไหม? ทั้งๆ ที่เขาเป็นถึงอ้านจิ้งขั้นสูง กับอีแค่อ้านจิ้งขั้นกลางก็ยังตามไม่ทัน” หญิงสาวชุดดำเบะปากพูด
หญิงชราที่อยู่ด้านหลังหญิงสาวที่ใส่ชุดสีกำเริ่มเบื่อหน่าย ความจริงแล้วเธอเองเคยเห็นรูปที่โดรนของตระกูลเย่ถ่ายมุมนั้นเอาไว้แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าเฉินเฟิงไม่ได้ตามรอยอู๋จิ่วโย แต่ว่าเฉินเฟิงไม่ได้คิดที่จะแกะรอยตามอู๋จิ่วโยเลยด้วยซ้ำ
ถึงแม้ว่ายังขาดคำหนึ่ง แต่ความหมายมันก็ไม่เหมือนเดิม
คุณหนูของตนเองนั้นทั้งหยิ่งจองหอง เธอยอมที่จะเชื่อว่า เฉินเฟิงแกะรอยตามไปไม่ทัน แต่ก็ไม่ยอมจะเชื่อว่า เฉินเฟิงขี้เกียจแกะรอยตามไปต่างหาก
“คุณหนู ทายาทตระกูลเฉิน อย่าดูถูกไว้ดีกว่า การที่จะยืมมือตระกูลเฉินเข้ามาช่วยเหลือนั้น สิ่งที่น่าเป็นไปได้สำหรับคุณก็คือ การพยายามบ่ายเบี่ยงการถูกบังคับให้แต่งงานระหว่างตระกูลเติ้ง” หญิงชราได้แต่ถอนหายใจ หลังจากที่เย่ตงเสี้ยวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนั้น เวลาของตระกูลเย่ก็เหมือนยิ่งย่ำแย่ขึ้นทุกวัน
ในโลกของคนทั่วไปนั้น ตระกูลเย่นั้นช่างเจริญรุ่งเรืองยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ว่าระดับในโลกของบูโด ตระกูลเย่ในวันนี้ มันกลับถดถอยลงไปเหมือนไม้ที่ใกล้ฝั่งเต็มทน
เย่ตงเสี้ยวทิ้งจอมยุทธ์รุ่นสุดท้ายเอาไว้ ไปจากไปแล้ว ที่เสียชีวิตไปแล้ว เหลือคนไม่เยอะ
คนรุ่นใหม่ นอกจากเย่ไ