ธอก็เข้าใจดี อำนาจบารมีของตระกูลเย่ในตอนนี้ มันอันตรายมากมาย เย่ตงเสี้ยวก็ไม่อยู่ คนจำนวนน้อยนิดเหล่านี้ ก็เหมือนเป็นชิ้นเนื้ออันโอชะของตระกูลเย่ ถึงแม้ว่าไม่มีตระกูลเติ้ง ก็ยังมีตระกูลหลี่ ตระกูลหลี่จ้าว
“ป้าชิง ถ้าเฉินเฟิงไม่กล้าลงมือกับตระกูลเติ้งแล้วเราจะทำยังไงดี” เย่ไห่ถังเอ่ยปากถาม ตอนนี้เธอเองก็หวาดกลัวในข้อนี้ ถึงแม้ว่าเฉินเฟิงจะเป็นทายาทของตระกูลเฉิน แต่ว่าข่าวที่เธอไปตรวจสอบมานั้น เฉินเฟิงเองก็ไม่ได้เป็นที่เชิดชูวงศ์ตระกูลสักเท่าไหร่ ยังมีคนในตระกูลเฉินไม่น้อย ที่ยังไม่สนใจกับข่าวคราวของเฉินเฟิงเลยด้วยซ้ำ
เฉินเฟิงในแบบนี้ สามารถพูดได้เลยว่าอำนาจบารมีน้อยนิด การจะมาสู้รบตบมือกับคนบรรดาสูงศักดิ์ การหวาดกลัวก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
ป้าชิงได้แต่ส่ายหน้าไปมา แล้วเอ่ยขึ้น “ไม่หรอก ถึงแม้ว่าป้าชิงจะไม่เคยเจอกับคนคนนี้มาก่อน แต่การดูจากประวัติที่คนคนนี้เคยทำมา เห็นได้ชัดว่า คนคนนี้ไม่ได้ขี้ขลาดตาขาว ในทางกลับกัน คนคนนี้กล้าหาญชาญชัยมาก ขนาดคนของตระกูลเฉินเองก็ยังกล้าที่จะหมายหัวอีก ส่วนตระกูลเติ้ง คนคนนี้ไม่มีทางสนใจแน่”
เย่ไห่ถังพยักหน้าให้ สิ่งที่ป้าชิงพูดออกถึงเรื่องการเคียดแค้นตระกูลเฉินนั้น นั่นต้องหมายถึงเรื่องยู่ฉวนซานแน่ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเฟิงกับคนในตระกูลเฉิน ตอนนี้คนภายนอกมากถือว่าเป็นความลับมาก สิ่งที่เธอเข้าใจก็เพราะว่า ป้าชิงมีความสนิทสนมกับผู้บริหารชั้นสูงบาง