งไปเถอะ ตัวเองไม่มีสมอง อยากมาเทียบฝีมือขับรถกับคุณชายซูน นี่ไม่ใช่รนหาที่ตายเหรอ”
“โยว่หลิง ดูเธอพูดสิ รนหาที่ตายยังไงล่ะ ไม่แน่ว่าคนอื่นเขาแค่อยากร้องเลียนแบบหมาล่ะ” ผู้หญิงที่แต่งหน้าแบบตะวันตก ใส่ตุ้มหูใหญ่หัวเราะคิกคักเอ่ยขึ้น ที่นั่งอยู่ด้านข้างหล่อนนั่นคือโยว่หลิง
ตั้งแต่ครั้งก่อนที่โดนคนของเฉินเฟิงกับหานหลงทำให้ตกใจ โยว่หลิงก็บล็อกช่องทางการติดต่อของเสี้ยห้าวทั้งหมด แล้วหนีมาที่หนานหนิง
จนกระทั่งการแข่งรถครั้งนี้ โยว่หลิงถึงกล้ากลับมา
“บางทีล่ะมั้ง” โยว่หลิงตอบไปอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไร สายตาล่องลอยไปบนสนามแข่งไม่ขาด เหมือนกำลังหาของอะไรอยู่
“โยว่หลิง เธอกำลังหาเคอนิกเส็กก์คันนั้นอยู่เหรอ?” ส้งน่าผู้หญิงแต่งหน้าแบบตะวันตกอดถามไม่ได้ หลายวันก่อนโยว่หลิงบอกว่าที่เมืองชางโจวเจอรถเคอนิกเส็กก์ราคายี่สิบกว่าล้านคันหนึ่ง แต่พอหล่อนถามถึงสถานะของเจ้าของรถคนนั้นขึ้น โยว่หลิงกลับปิดเป็นความลับมาโดยตลอด อย่างไรล้วนไม่ยอมบอก
การแข่งรถในครั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มขึ้นมา โยว่หลิงก็กำลังมองหาเคอนิกเส็กก์คันนั้นมาตลอด ดังนั้นส้งน่าจึงอยากรู้อยากเห็นมากว่าเจ้าของรถเคอนิกเส็กก์ที่ทำให้โยว่หลิงจำไม่ลืม สรุปเป็นใครกัน
“อืม” โยว่หลิงพยักหน้า ไม่ได้ปิดบัง
“ที่เธอบอกเจ้าของรถเคอนิกเส็กก์คนนั้นมีความสามารถมากขนาดนั้นจริงเหรอ? ทำให้หานหลงกับกู้ตงเชินเป็นลูกน้องเขาได้ในพร้อมกัน?” ส้งน่าถามอย่างส