มารับคีย์การ์ดเท่านั้นเอง
ส่วนเฉินเฟิงทำได้เพียงนอนเบียดกับจูกว่างฉวนในห้องเดียวกัน เพราะไม่ได้จองห้องล่วงหน้า บวกกับสาเหตุที่ห้องพักของโรงแรมตอนนี้แขกเต็มแล้ว
แต่ยังดีที่ทั้งสองคนเป็นคนที่ไม่คำนึงถึงพิธีรีตอง จึงไม่สนใจเรื่องพวกนี้
หลังเข้ามาในห้องพัก เฉินเฟิงก็เปลี่ยนรองเท้าในโรงแรม
จูกว่างฉวนดึงผ้าม่านในห้องพักเปิดแล้วชี้ไปทางอาคารทรงยุโรปอีกหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก ยิ้มถาม “เพื่อนเฉินเฟิง นายรู้มั้ยว่าในตึกนั้นใครพักอยู่?”
เฉินเฟิงมองตึกตามที่จูกว่างฉวนชี้ไป ก่อนจะส่ายหน้า เขายังไม่รู้จริงๆ ว่าตึกนั้นใครพักอยู่ แต่มองทำเลและการตกแต่งของตึกนั้น เห็นได้ชัดว่าตำแหน่งและสถานะของคนที่พักไม่ธรรมดา
“หึๆ พี่จูจะบอกนายเอง คนที่พักตึกนั้นคือนามสกุลเย่” จูกว่างฉวนหัวเราะหึๆ ท่าทางสุภาพเท่าไร
“นามสกุลเย่?” เฉินเฟิงสีหน้าแปลกใจ คงไม่ใช่เย่ไห่ถังหรอกมั้ง
มองเห็นเฉินเฟิงสีหน้าแปลกประหลาด จูกว่างฉวนก็ยิ้มอย่างลึกซึ้ง ตอบว่า “ดูแล้วเพื่อนคงมาเพื่อราชินีเย่สินะ”
“นายรู้ได้ยังไง?” เฉินเฟิงงงงวยอยู่บ้าง เขาแอบซ่อนเข้ามาสังเกตการณ์ ยังไม่ได้เริ่มก็ถูกคนจับได้แล้วเหรอ?
จูกว่างฉวนมองค้อนเฉินเฟิง ก่อนจะบอกว่า “นี่นายถามไร้สาระอะไร ผู้ชายที่มาที่นี่คนไหนไม่ได้มาเพื่อราชินีเย่บ้าง”
“บอกนายตามตรงนะ หลังจากที่รู้ว่าการแข่งรถครั้งนี้เป็นราชินีเย่จัดขึ้น ไม่เพียงแค่เมืองชางโจวของพวกเรา แม้แต่หนานหนิงที่อยู