”
“คนที่ต้องขอโทษก็คือฉัน ฉันต้องเป็นคนที่ต้องพูดขอโทษ เพราะสามปีผ่านมานี้ฉันไม่เคยทำให้เธอมีความสุขเลย ทั้งที่เธอควรที่จะมีชีวิตเหมือนเจ้าหญิง แต่เพราะฉัน สามปีผ่านมานี้เธอถึงได้ถูกคนดูถูกหัวเราะเย้ย เธอเอง ก็ลำบากไม่น้อยไปกว่าฉัน”
“ไม่ ! ฉันไม่ลำบาก!” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดขัดจังหวะ “ ฉันมีความสุขมาก”
“มีความสุขมาโดยตลอด!”
เสี้ยเมิ่งเหยาพูดเสร็จก็พุ่งตัวเข้าหาอ้อมกอดของเฉินเฟิง แล้วเขย่งขาขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากแดงที่อ่อนโยนจูบที่ริมฝีปากของเฉินเฟิง
สัมผัสที่เยือกเย็น สมองของเฉินเฟิงว่างเปล่าชั่วขณะ สูญเสียความคิดไป
ไม่รู้ว่านานแค่ไหน เสี้ยเมิ่งเหยาเดินจากไปด้วยใบที่หน้าแดง
เฉินเฟิงยังคงตะลึง นิ่งอึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อนึกถึงสัมผัสที่เยือกเย็นและหอมหวานในขณะนั้น
เสี้ยเมิ่งเหยาวิ่งไปที่ห้องน้ำ แล้วมองดูใบหน้าที่แดงในกระจก รู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าว
เปิดก๊อกน้ำ แล้วล้างไปที่ใบหน้า ค่อยยังชั่วขึ้นหน่อย
“นี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรก ที่ตัวเองเป็นคนเริ่มจูบเฉินเฟิง” หัวใจของเสี้ยเมิ่งเหยานั้นเต้นรัวและเต้นแรงมาก เมื่อก่อนอย่าแต่เรื่องจูบเลย ถ้าเธอไม่ได้เป็นคนเริ่ม เฉินเฟิงแม้แต่มือเธอเขายังไม่จับด้วยซ้ำ
ไม่ใช่เพราะว่าเฉินเฟิงไม่ชอบเธอ แต่เป็นเพราะเฉินเฟิงนั่นแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ ไม่เคยคิดที่จะริเริ่ม เธอกับเฉินเฟิงแต่งงานกันมาสามปียังไม่เคยเข้าห่อ เฉินเฟิงไม่ริเริ่มเขาก็คงมีเหตุผลของเขา