อย่างแรง ดวงตางามมีน้ำตาคลอขึ้นมา ไม่คิดว่าพ่อจะว่าเธอหนักแบบนี้
“เอาล่ะ” เหมือนรู้ตัวว่าพูดแรงไป ซูเห้าหรันทำเสียงซอฟท์ลงบอกว่า: “ถ้าไม่อยากแต่งงานกับลูกชายอาจินก็ได้ ไปขอร้องพวกศิษย์พี่ ให้พวกเขาชนะการประลอง ลูกก็ไม่ต้องแต่งแล้ว”
ซูเห้าหรันพูดแบบนี้ ทั้งบอกนัยแก่ซูหลิงยู่ และก็จินลิ่วอานด้วย
ที่พูดให้ซูหลิงยู่ คือเตือนลูกสาวว่า สถานที่ฝึกวิทยายุทธเห้าหรันกำลังอ่อนแอ จินลิ่วอานบรรลุอ้านจิ้งแล้ว ถ้าครั้งนี้เขาไม่ไว้หน้าจินลิ่วอาน งั้นต่อไปสถานที่ฝึกวิทยายุทธจินกังต้องไม่ปล่อยสำนักเขาไว้แน่ จินลิ่วอานต้องหาทางกดขี่สำนักเราแน่ เขาหวังว่าซูหลิงยู่จะเข้าใจเขา
ที่พูดให้จินลิ่วอาน คือแสดงท่าทีเขาให้จินลิ่วอานเห็นว่า เขาเห็นด้วยที่จะให้ลูกสาวแต่งกับบ้านจิน แต่ลูกสาวไม่เห็นด้วย เขาเองก็หมดหนทาง อยากให้ลูกสาวเขาแต่งไป ได้ สถานที่ฝึกวิทยายุทธจินกังชนะการประลอง ซูหลิงยู่ก็จะเป็นรางวัล
เขาเชื่อว่าจินลิ่วอานต้องมองเห็นความจริงใจของเขา เพราะเปอร์เซ็นต์ที่สถานที่ฝึกวิทยายุทธจินกังจะชนะการประลองมีถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
“พ่อ หนูให้คนนอกช่วยได้ไหม?” ซูหลิงยู่ถามตาแดงๆ
“คนนอก?” ซูเห้าหรันอึ้ง “ลูกหมายถึงเจ้านั่น?”
“อือ คุณอาคนนั้นแหละ” ซูหลิงยู่พยักหน้าอย่างแรง เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอเองก็หมดหนทางแล้ว ได้แต่ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ตัวเฉินเฟิง เธอเองรู้ดีว่าพ่อไม่มีหนทางอื่นแล้ว เพราะจินลิ่วอานเป็นจอ