?
“คุณอยากให้ผมแสดงยังไง?” เฉินเฟิงยิ้มถาม
“แค่กๆ ง่ายมาก เดี๋ยวสถานที่ฝึกวิทยายุทธเราจะมีประลองยุทธกับสถานที่ฝึกวิทยายุทธจินกังห้าต่อห้า คุณอาขึ้นไปสู้ในนามสำนักเราซักครั้งก็พอแล้ว” ซูหลิงยู่กระพริบตาปริบๆพลางว่า
“ถ้าแพ้แล้วทำไง?” เฉินเฟิงไม่ได้รับปากทันที แต่ถามกลับ
“แพ้ก็แพ้สิ ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะเราก็แพ้อยู่ดี ขอแค่แพ้ไม่ขายหน้ามากก็พอแล้ว” ซูหลิงยู่โบกมือ พูดหน้าตาเฉย
เฉินเฟิงขมวดคิ้วน้อยๆ ดูท่าแม้แต่คนสถานที่ฝึกวิทยายุทธเห้าหรันเองยังไม่มั่นใจกับการประลองยุทธครั้งนี้เลย
“เป็นไง?” ซูหลิงยู่มองเฉินเฟิงอย่างรอคอย
“ได้ ผมจะขึ้นไปประลองแทนสำนักคุณ” เฉินเฟิงตอบรับ ยังไงซะเขาว่างอยู่พอดี ขึ้นไปประลองแทนสถานที่ฝึกวิทยายุทธเห้าหรันก็คิดว่าเตรียมความพร้อมร่างกายก่อนฆ่าจินลิ่วอานละกัน
“แหะๆ คุณอา ขอบคุณมาก” ซูหลิงยู่ยิ้มจนตาหยี
เฉินเฟิงยิ้มพลางส่ายหน้า เป็นเชิงบอกไม่ต้องเกรงใจ
“งั้นคุณอารอแป๊บนะ ฉันไปบอกพ่อก่อน” ซูหลิงยู่จากไปอย่างยินดีปรีดา มาถึงต่อหน้าซูเห้าหรัน: “พ่อคะ หนูหายอดฝีมือให้พ่อคนหนึ่งแหละ เขารับปากจะขึ้นประลองแทนเรา”
“ยอดฝีมือ?” ซูเห้าหรันมองลูกสาวอย่างสงสัย ลูกสาวเขาคนนี้จะรู้จักยอดฝีมืออะไรได้?
“ก็คุณอาคนนั้นที่ตอนเข้ามาบอกจะประลองกับจินลิ่วอานไงคะ พ่อ พ่อไม่รู้หรอกว่าคุณอาคนนั้นร้ายกาจแค่ไหน…” ซูหลิงยู่พูดร่ายยาว อยากบอกพ่อว่า เฉินเฟิงชกแค่หมัดเดียวทำกระสอบทรายเหล็กขยั