งยู่ทำใจกล้ายอมรับ ตนใช่คนสับปลับพูดไม่เป็นคำพูดหรือไร!
“งั้นดี เจ้าอย่าเสียใจละกัน” เฉินเฟิงหัวเราะ และชกหนึ่งหมัดไปที่กระสอบทรายเหล็ก
“ทำไมท่านไม่…” เธอกำลังจะเตือนเฉินเฟิงให้นั่งท่าขี่ม้า หากวินาทีต่อมา การสั่นไหวของกระสอบทรายเหล็กทำให้เธอกลืนคำพูดทั้งหมดลงไป
ซูหลิงยู่ขยี้ตา เธอต้องตาฝาดแน่
ใช่ ตาฝาดแน่!
กระสอบทรายเหล็กที่แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ยังชกไม่ขยับ เจ้าโง่นี่จะทำได้อย่างไร
ซูหลิงยู่ขยี้ตาอย่างแรงอีกครั้ง จนดวงตางามมีน้ำตาคลอด หากกระสอบทรายยังคงสั่นไหว
แม้ว่าจะสั่นไหวไม่แรงเท่าเมื่อครู่ หากยังคงสั่นไหว
คราวนี้ซูหลิงยู่ไร้คำพูดใดๆ ถึงเธอมิอยากยอมรับ หากเฉินเฟิงสามารถชกกระสอบทรายเหล็กหนักห้าร้อยกิโลขยับได้จริงๆ
ซูหลิงยู่หน้าแดงขึ้นมา เมื่อเห็นเฉินเฟิงมองเธอด้วยสีหน้าคล้ายจะยิ้ม
“ข้าบอกก่อนเลยนะ ถึงการพนันของเราท่านชนะแล้ว แต่ข้าจะบอกให้ ข้ามิใช่หญิงมิมีสกุลรุนชาติใดๆ หากท่านกล้าร้องขอให้ข้าทำเรื่องน่าอายพรรค์นั้นกับท่าน ท่านตายแน่” ซูหลิงยู่ชูกำปั้นข่มขู่
เฉินเฟิงกลับสีหน้าทะมึน ข้าดูเป็นคนอย่างนั้นหรือไร? เด็กน้อยไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้า ต่อให้ถอดเสื้อผ้าหมดก็มิมีเนื้อหนังอันใด ยังทำเรื่องน่าอายกับเจ้าเนี่ยนะ
เห็นเฉินเฟิงไม่กล่าวคำ ซูหลิงยู่แอบได้ใจกลายๆ เขาต้องตกใจเพราะคำขู่ของเธอแน่
“คุณอา ท่านเป็นจอมยุทธ์หรือ?” ซูหลิงยู่กลอกตาถาม ไม่คิดว่าเฉินเฟิงเป็นคมในฝัก ขนาดซูเห้าหรั