ินหลิงแน่
ใครจะคิดว่าเฉินเฟิงจะส่ายหน้า เขาอยู่บ้านเสี้ยมาสามปี ถึงจะเป็นสามปีที่น่าอัปยศที่สุดในชีวิตเขา แต่ก็เป็นสามปีที่เขาฝึกยุทธได้เร็วที่สุด การพัฒนาไวราวกับหนึ่งวันเดินได้พันลี้
เห็นเฉินเฟิงปฏิเสธ ซูหลิงยู่ถึงถอนหายใจโล่งอก ก็ว่าอยู่ ถ้าเจ้าโง่นี่เป็นจอมยุทธ์อ้านจิ้ง งั้นก็แปลว่าเขามีพรสวรรค์ดีกว่าเธอร้อยเท่า
“ไม่ถูกสิ คุณอาบอกว่าตัวเองไม่ได้อยู่ระดับกลางของหมิงจิ้ง และก็ไม่ใช่ระดับปลายด้วย แถมยังไม่ใช่อ้านจิ้ง งั้นทำไมถึงได้ชกกระสอบทรายเหล็กได้ล่ะ? ซูหลิงยู่ได้สติกลับมา นั่นเป็นกระสอบทรายเหล็กหนักห้าร้อยกิโลเชียวนะ จอมยุทธ์ระดับต้นของหมิงจิ้ง รับน้ำหนักได้มากสุดแค่สามร้อยกิโล ตามหลักแล้ว เฉินเฟิงน่าจะชกไม่ได้สิ
“หรือว่าคุณอาเป็นจอมยุทธ์ที่ในตำนานมีแรงมากตั้งแต่เกิด?” ไม่รอเฉินเฟิงเอ่ยปาก ซูหลิงยู่รีบบอก ซูเห้าหรันเคยพูดไว้ ในโลกนี้มีคนอีกประเภท ที่พอเกิดมาก็มีแรงมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า คนประเภทนี้ถ้าเป็นจอมยุทธ์ จะมีข้อดีกว่าจอมยุทธ์คนอื่นในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะด้านพละกำลัง
เฉินเฟิงหัวเราะ ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ ในเมื่อซูหลิงยู่ช่วยเขาคิดหาคำอธิบายให้แล้ว เขาก็ไม่ต้องคิดหาเรื่องมาแต่งแล้วล่ะ
เฉินเฟิงไม่พูดอะไร ซูหลิงยู่เลยเข้าใจว่าเขายอมรับ
“คุณอา คุณอาอายุยี่สิบห้าปีแล้วนะ ยังอยู่แค่ระดับต้นหมิงจิ้งอยู่เลย ต้องพยายามให้มากหน่อยนะ ตัวฉันเองสิบแปดปีก็พ้นระดับนี้แล้ว ไว้ฉันอ