าทันที
“พ่อ เดี๋ยวฉันขึ้นไปบนเวทีได้ไหม? ” เวลานี้ ดวงตาแววใสที่ดำสนิทของสาวน้อยจึงกลอกไปมา แล้วยิ้มอย่างแจ่มใสขึ้น
“ไม่ได้! ” ซูเห้าหรันปฏิเสธกลับโดยที่ไม่ได้ครุ่นคิด จากนั้นก็ว่ากล่าวตำหนิด้วยเสียงเข้ม “หนูเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะขึ้นเวทีไปทำไม ไปต่อสู้แบบนั้นจะเหมาะสมหรือไง! ”
“ศิษย์น้อง น้องมีร่างกายที่สูงสง่าขนาดนี้ จะขึ้นรถกระแทกไปมาได้ยังไง นั่นคงไม่ดีหรอก”
สาวน้อยจึงทำปากจู๋ แล้วพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “แต่ว่าฉันก็คือจอมยุทธ์”
คำพูดแบบนี้ของสาวน้อยเอ่ยออกมาปุ๊บ คนไม่น้อยในสถานที่ฝึกวิทยายุทธต่างก็เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อบนใบหน้า คนพวกนี้เป็นลูกศิษย์แก่นสำคัญของสถานที่ฝึกวิทยายุทธ ไม่ได้เหมือนลูกศิษย์ที่อยู่ข้างนอก คนพวกนี้ถูกซูเห้าหรันเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก และคาดว่าจะได้มีจอมยุทธ์ดำรงอยู่
ทว่าในบรรดาพวกเขาพวกเขามีคนมากมายที่มีอายุยี่สิบกว่าแล้ว แม้กระทั่งบางคนยังอายุสามสิบแล้ว กลับยังคงหลงอยู่ตรงขอบแดนการได้กลายเป็นจอมยุทธ์ และตอนนี้ก็ยังไม่สามารถก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการเป็นจอมยุทธ์แม้แต่ก้าวเดียว
และสาวน้อย ซูหลิงยู่ ถึงแม้สามารถกลายเป็นจอมยุทธ์ตั้งแต่อายุสิบแปด ทว่ากลับมีความสามารถที่อัศจรรย์มากๆ แต่น่าเสียดาย ซูหลิงยู่เกิดเป็นผู้หญิง พอเทียบกับจอมยุทธ์ชายแล้ว จอมยุทธ์หญิงก็จะอ่อนแอกว่าอยู่แล้ว
ในโลกของศิลปะการต่อสู้ จอมยุทธ์ชายถึงจะเป็นแกนหลัก
ซูเห้าหรันก็พูดไม่ออก และในใจก็รู้สึกเ