สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้ล่ะ
ในที่สุด เจิ้งเจียก็ดึงสติกลับมาได้ รีบส่ายหน้าพูดขึ้น : “พอค่ะๆๆ!”
บัตรของเฉินเฟิงมีเงินอยู่ ไม่ต้องพูดถึงค่าอาหารหนึ่งมื้อ หากจะซื้อทั้งคฤหาสน์หัวฉีก็ไม่เป็นปัญหา!
“ถ้าพอเธอก็รูดสิ มัวเหม่ออะไรอยู่” หลิวโป๋พูดสั่งสอน
“ขอโทษค่ะ ผู้จัดการหลิว ฉันจะรูดเดี๋ยวนี้” เจิ้งเจียรีบกล่าวขอโทษ วันนี้หล่อนสติหลุดไปจริงๆ เพราะเป็นเพียงคนธรรมดา เมื่อเห็นเงินเป็นพันล้านอยู่ตรงหน้าตัวเอง จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร
มองดูเฉินเฟิงกดรหัสตรงหน้า ชำระเงินเรียบร้อย ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง สีหน้าตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
ไอ้หมอนี่ มีเงินหนึ่งล้านแปดแสนจริงๆ!
หลี่เสว่ทำสีหน้าเหลือเชื่อ มองไปที่หลิวโป๋พูดขึ้น : “ผู้จัดการหลิว แคชเชียร์พวกคุณทำอะไรผิดพลาดรึเปล่า บัตรของไอ้หมอนี่มีเงินถึงหนึ่งล้านแปดแสนจริงหรือ?”
“แคชเชียร์ของพวกเราไม่มีทางทำงานพลาดแน่นอน” หลิวโป๋ทำหน้าบึ้ง เงินจำนวนมากถึงหนึ่งล้านแปดแสนหยวน ถ้าเจิ้งเจียคิดเงินพลาด หล่อนคงต้องเป็นคนชดใช้
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? ผู้จัดการหลิว เกรงว่าคุณจะไม่รู้ว่าหมอนี่เป็นแค่พนักงานส่งของ เขาจะมีปัญญาจ่ายเงินหนึ่งล้านแปดแสนหยวนเหรอ” หลี่เสว่ยังคงไม่เชื่อ รู้สึกว่าต้องมีปัญหาบางอย่าง
“ทำไมคนส่งของจะมีเงินหนึ่งล้านแปดแสนไม่ได้ล่ะ?” หลิวโป๋ทำสีหน้านิ่งขรึม แม้ว่าตอนนี้เขาเป็นผู้จัดการใหญ่ของคฤหาสน์หัวฉี แต่เมื่อห้าหกปีก่อน เขาก็เป็นพนักงานส่