พูดอย่างยิ้มๆ
“งั้นก็ดี” เสี้ยเมิ่งเหยาคลายกังวลเป็นปลิดทิ้ง กู้ตงเชินได้รับการช่วยเหลือแล้ว นั่นหมายความว่าเฉินเฟิงก็ไม่เป็นอะไรแล้ว
“เฉินเฟิง ทายซิว่าฉันอยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงของเสี้ยเมิ่งเหยาพูดอย่างมีชีวิตชีวา
เฉินเฟิงมีสีหน้าแปลกไป เมื่อฟังน้ำเสียงของเสี้ยเมิ่งเหยา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้อยู่ที่ เมืองชางโจว
“ไม่ใช่เธอมาถึงจินหลิง แล้วเหรอ?”
“ฮิฮิ ทายถูกแล้ว แต่ไม่มีรางวัลนะ” เสี้ยเมิ่งเหยากล่าวอย่างสนุกสนาน
“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ฉันจะเข้าไปรับเธอ” เฉินเฟิงพูดอย่างยิ้มๆ
“อยู่ที่สนามบิน เฉินเฟิง คุณไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวฉันกับเฟยหรงจะตกเป็นเป้าสายตาพวกไทยมุงนะ” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดอย่างแผ่วเบา
“รอฉันนะ 15 นาทีถึง” เฉินเฟิงพูดอย่างยิ้มๆ เขาพอจะเดาได้ว่าไทยมุงพวกนั้นหมายถึงอะไร เมื่อก่อนเวลาที่เขากับเสี้ยเมิ่งเหยาออกไปไหนด้วยกัน แค่เขาห่างจากเสี้ยเมิ่งเหยา ไม่ถึง 15 นาที รอบตัวของเสี้ยเมิ่งเหยาก็รายล้อมไปด้วยผู้ชายที่เข้ามาตีสนิท แค่คิดก็รู้แล้ว ว่าสนามบินที่มีผู้คนแออัด เสี้ยเมิ่งเหยาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
คนขับรถของเฉียวเสี่ยวโย่ว ขับรถ ไม่ถึง 15 นาที ก็พาเฉินเฟิงมาถึงสนามบินแล้ว
หลังจากที่มาถึงสนามบิน เฉินเฟิงก็มองเห็นกลุ่มไทยมุงยืนรายล้อมเสี้ยเมิ่งเหยาอยู่ไกลๆ สิ่งที่เฉินเฟิงไม่คาดคิดคือ สวีเฟยหรงก็ยืนอยู่ข้างๆเสี้ยเมิ่งเหยา เต็มไปด้วยใบหน้าที่หงุดหงิด
“สาวสวยสองคน ทำไมถึงให้โอกาสฉันสักค