จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาเหมือนถูกปลดปล่อย เธอกลัว กลัวว่าเฉินเฟิงที่ชอบถือสา จะมาหาเรื่องเธอ
เวลานี้ ก็ได้คิดถึงเฉินเฟิงตอนที่ทำสีหน้าที่ไม่สนใจเธอในครั้งก่อน หลิ่วอีอียังคงรู้สึกอับอายและโกรธเคืองมากๆ คนอื่นไม่ได้คิดลึกอะไรกับเธอเลย มีแค่เธอที่คิดไปเอง
หลังจากที่รถโรลส์-รอยช์จากไปสิบนาทีก็มีปอร์เช่หนึ่งคันมา
พอเห็นรถปอร์เช่ ใบหน้าอันสะสวยของหลิ่วอีอีจึงจะได้สติกลับมา
“ลูกรัก คุณไม่เป็นไรใช่ไหม” มีผู้หญิงวัยกลางคนที่ยังดูสาวแต่งตัวหรูคนหนึ่งลงจากรถ จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าหลิ่วอีอี
หลิ่วอีอีส่ายหน้า แล้วพูดขึ้น “แม่ หนูไม่เป็นไรค่ะ”
“ลูกรัก หนูไม่ได้บอกว่าเมื่อกี้ตอนอยู่บนรถไฟเจอคนชั่วไม่ใช่หรอ? พวกเขาทำอะไรหนูหรือเปล่า? บอกแม่ แม่จะไปจัดการพวกมัน!” หญิงวัยกลางคนถามขึ้น
หลิ่วอีอีทำหน้าแดงก่ำแล้วพูดขึ้น “แม่ ไม่มีอะไรแล้วค่ะ หนูเข้าใจคนผิดไปเอง”
“จริงหรอ?” หญิงวัยกลางคนมองด้วยความสงสัย
หลิ่วอีอีจึงรีบส่ายหัวทันที “ไม่มีจริงๆ ค่ะ”
“ใช่แล้ว แม่ หนูรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเฉียวเสี่ยวโย่วคือใคร?” หลิ่วอีอีถามขึ้น เฉินเฟิงมีเบื้องหลังอะไรกันแน่
“เฉียวเสี่ยวโย่ว?!” สีหน้าของหญิงวัยกลางคนเปลี่ยนไป แล้วรีบถามขึ้น “ลูก ลูกถามผู้หญิงคนนี้ทำไม ลูกไปมีเรื่องอะไรกับคนอื่นเขา?”
หลิ่วอีอีหัวเราะอย่างขมขื่น “เปล่าค่ะ หนูเพิ่งเห็นเธอพาคนพวกหนึ่งมา แล้วมารับคนที่นี่…….”
“เบื้องหลังของเฉียวเสี่ยวโย่ว แม่