ื่มเหล้า ก็ยังมีธุระให้คุย”ใบหน้าของไป๋กว่างยี่ปรากฏรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง
“หวังว่าประธานไป๋จะพูดจริงทำจริง!”สวีเฟยหรงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนหยิบไวน์แดงตรงหน้าขึ้นมาดื่มจนหมด
ส้งจุนที่อยู่ข้างๆ ก้มหน้าลง เห็นสวีเฟยหรงดื่มไปแก้วแล้วแก้วเล่า ดื่มไวน์เหมือนดื่มน้ำเปล่าแบบนั้น หัวใจของเขาก็เจ็บปวดไปหมด เขาถูกสวีเฟยหรงเรียกมาช่วย แต่พอมาถึงที่นี่จริงๆ แล้ว เขากลับไม่กล้าดื่มแม้สักแก้ว แม้แต่พูดอะไรก็ไม่ไม่กล้าพูด
เพียงเพราะชายสกุลไป๋ที่นั่งอยู่ตรงหน้าสวีเฟยหรงนั้นคือ คนจากตระกูลไป๋แห่งจินหลิง
ตระกูลไป๋แห่งจินหลิง เขาไม่สามารถยุ่งด้วยได้
ดังนั้นเหล้าของสวีเฟยหรง เขายั้งมันไม่ได้หรอก!
ถึงจะรู้ว่าเมื่อสวีเฟยหรงเมาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ยังไม่กล้า
หลังจากดื่มไปอีกสิบนาที ใบหน้าของสวีเฟยหรงก็ขึ้นสีระเรื่อ ดวงตาสวยเต็มไปด้วยม่านหมอก เธอในตอนนั้น ช่างดูมีเสน่ห์มาก
ร่องสีขาวราวหิมะที่หน้าอก ยิ่งทำให้ท้องน้อยปั่นป่วน สายตาแทบลุกเป็นไฟ
เมื่อเห็นว่าดื่มไปพอประมาณแล้ว ไป๋กว่างยี่ก็โบกมือให้หวังเจียงหยุดรินเหล้า
“คุณสวี ตอนนี้เรามาคุยเรื่องของพ่อแม่คุณกันได้แล้ว” ไป๋กว่างยี่ยิ้ม
สวีเฟยหรงกัดปลายลิ้น เพื่อให้ความเจ็บปวดช่วยปลุกเธอให้มีสติในที่สุด
“ประธานไป๋ ทำยังไงคุณถึงจะช่วยพ่อแม่ของฉันได้?”สวีเฟยหรงยิ้มอย่างไม่เต็มใจ พ่อแม่ของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับเหล้า โรงกลั่นเหล้าที่ใหญ่ที่สุดของชางโจวก็คือของพ่อแม่