แผ่วปลอบ “เรื่องโชคชะตา หาใช่สิ่งที่จะชี้ขาดได้ภายในวันเดียว เพียงท่านตั้งใจเดินบนหนทางแห่งเซียน ความล้มเหลวชั่วคราวนั้นนับว่าสำคัญอะไรเล่า?”
“เจ้าว่าก็ถูก”
จ้าวซวี่เหอพยักหน้าเล็กน้อย คล้ายมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง จากนั้นก็เหลือบตามองลวี่หยางแวบหนึ่ง เปิดปากเหมือนจะพูดอะไร…แต่กลับไม่เอ่ยออกมา
ท่าทีเช่นนั้น ในสายตาของลวี่หยางก็มิอาจปิดบังได้อีก
นี่มัน…คิดจะยืมเงินชัดๆ
ลวี่หยางยิ้มบาง ๆ หากจ้าวซวี่เหอไม่เอ่ยปาก เขาย่อมไม่คิดจะพูดขึ้นมาก่อน เพราะหากได้มาง่ายเกินไป อีกฝ่ายย่อมไม่รู้จักทะนุถนอม
ทว่าในขณะนั้นเอง จู่ ๆ บนเรือบินก็พลันมีเสียงดังขึ้นมา
“ถึงเขาหัวกะโหลกแล้ว!”
ชายแดนเหนือ เขาหัวกะโหลก
แม้จะเรียกว่าเขาแต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดตัวนับหลายร้อยลี้ ยอดเขาเรียงรายราวกับสุมรวมกัน คลื่นภูผาโหมกระหน่ำอย่างเกรี้ยวกราด ทุกตารางนิ้วของผืนแผ่นดินนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยพลังวิญญาณ
เหตุที่นิกายศักดิ์สิทธิ์เลือกสร้างตลาดแลกเปลี่ยนไว้ที่นี่ ก็หาใช่ไร้เหตุผล แม้จะเทียบไม่ได้กับทะเลเมฆเชื่อมฟ้าทางใต้ แต่สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรทั่วไป ที่นี่นับว่าเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว และ ณ ใจกลางของเทือกเขา ยังมีถ้ำแห่งหนึ่งชื่อถ้ำกระดูกขาวตลาดของนิกายศักดิ์สิทธิ์ก็ตั้งอยู่ในนั้นเอง
“ฮวงจุ้ยของที่แห่งนี้…เป็นแหล่งพลังหยินอย่างที่สุด”
บนดาดฟ้าเรือบิน ลวี่หยางทอดสายตามองลงไปยังเส้นชีพจรปฐพีของเขาหัวกะ