นสังคมอย่างมาก”
“นอกเหนือจากนั้น ทุกคนเองก็รู้ว่าตอนนี้นั้นเมิ่งเหยาเป็นผู้รับผิดชอบในโครงการยู่ฉวนซาน ฉันไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากเกี่ยวกับมูลค่าของโครงการยู่ฉวนซาน ดังนั้นการแต่งงานกับเมิ่งเหยาก็เหมือนกับว่ามีแต่ได้กับได้ ที่ฉันพูดไปมีใครคัดค้านหรือไม่?” ซุนกุ้ยฟางยิ้มและถาม
“ฮ่าๆ ไม่มีใครคัดค้าน คุณนายซุนพูดถูกต้องคุณเสี้ย เป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆ”
“ใช่ แม้ว่าคุณเสี้ยจะไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ยู่ฉวนซานแต่ฉันก็เต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอ”
“ใครที่ได้แต่งงานกับคุณเสี้ย บรรพบุรุษจะต้องยกยออย่างแน่นอน”
ซุนกุ้ยฟางนั้นรู้สึกมั่นใจมากขึ้นหลังจากได้ยินความคิดเห็นจากทุกคนในกลุ่มผู้ชม แต่ซุนกุ้ยฟางนั้นไม่ได้แสดงออกถึงความภาคภูมิใจแต่เธอกลับถอนหายใจและทำท่าทีกล่าวขอโทษ “แต่เมิ่งเหยาของเรานั้น เธอดีทุกอย่างแต่เธอก็มีบางอย่างที่ไม่ดี”
“ทำไมคุณนายซุนจึงพูดเช่นนี้?”
“คุณเสี้ยมีอะไรที่ไม่ดี? ทำไมฉันไม่เห็นรู้สึกเลย?”
“เฮ้อ ทุกท่านคงไม่รู้ เมิ่งเหยานั้นมีชีวิตแสนลำบาก เธอพบเจอคนไม่ดี เดิมทีหญิงสาวที่ยอดเยี่ยมเช่นเธอควรจะพบแต่อะไรดีๆเพื่อสร้างครอบครัว แต่น่าเสียดายที่เด็กคนนี้แต่งงานกับคนไร้ความสามารถที่เอาแต่ส่งอาหาร แต่งงานมาสามปีแล้วไม่ต้องพูดถึงความทุกข์ทรมานที่ถูกคนนอกนั้นเยาะเย้ย ฉันเองเป็นป้าเมื่อเห็นแล้วยังทุกข์ใจ” ซุนกุ้ยฟางถอนหายใจ
“ไอ้ขยะนั่น อย่าให้ฉันเจอนะไม่งั้นฉันจะอัดมันให้ร่วงลงพื้น