ช่นนี้ แค่งานในร้านอัญมณีเล็กอย่างหนึ่งจะทำไม่ได้ได้ยังไงล่ะ” ส้งจุนหัวเราะแบบแกล้งๆ พูด
“พี่เฉิน คุณเสี้ยสวยเช่นนี้ อีกทั้งยังมีความสามารถอย่างนี้ อายุน้อยๆก็เป็นผู้รับผิดชอบของโครงการยู่ฉวนซานแล้ว ถ้าหากคนอื่นได้รู้ว่าสามีของคุณเสี้ยเป็นคนส่งอาหารคนหนึ่ง หน้าตาของคุณเสี้ยเกรงว่ารักษาไว้ไม่ได้แล้วนะ” จ้าวโย่วยิ้มพูด ในคำพูดเต็มเปี่ยมด้วยความยุแยง
“หน้าตาของฉันรักษาไว้ได้หรือไม่เกี่ยวอะไรกับคุณหรือ?” เสี้ยเมิ่งเหยาเอ่ยปากอย่างเย็นชา เธอไม่รู้ว่าเฉินเฟิงทำไมอารมณ์ดีเช่นนี้ ถ้าหากเปลี่ยนเป็นเธอถูกส้งจุนกับจ้าวโย่วพูดส่อเสียด ดูถูกเช่นนี้ เกรงว่าเธอคงโยนจากประตูออกไปตั้งนานแล้ว
จ้าวโย่ว ยิ้มเยาะเย้ยกล่าวว่า “คุณเสี้ย อย่าโมโหสิ อย่าโมโหสิ ผมล้อเล่นล่ะ”
เสี้ยเมิ่งเหยาฮึ เย็นชาเสียงหนึ่ง ไม่สนใจคนเหล่านั้นสักคนอีกเลย
บรรยากาศในห้องมีความอึดอัดเล็กน้อยในทันทีนั้น ใครๆก็นึกไม่ถึง เสี้ยเมิ่งเหยาถึงขนาดปกป้องเฉินเฟิงเช่นนี้
สวีเฟยหรงถอนหายใจหนึ่งที เธอพบเห็นว่าตัวเธอเองคาดการณ์ความหนาของหน้าเฉินเฟิงต่ำเกินไป ยิ่งคาดการณ์ความชอบที่เสี้ยเมิ่งเหยามีต่อเฉินเฟิงต่ำเกินไป
“ฉันไปห้องน้ำสักหน่อย”สวีเฟยหรงค่อยๆลุกขึ้นมา เธอจะออกไปสงบสติสักหน่อย
หลังจากสวีเฟยหรงออกไป ล้างหน้าอยู่ในห้องน้ำ เพิ่งเตรียมตัวจะออกไป กลับมีชายหัวล้านที่รูปร่างอวบอ้วนสวมใส่สร้อยทองเส้นใหญ่เดินมาจากข้างหน้า
กลิ่นโชยเข้าจมูกมา