ยน้อย เมิ่งเหยาไม่เป็นอะไรมากค่ะ เธอแค่ตกใจมากเกินไปก็เลยสลบไปเท่านั้น”
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เฉินเฟิงโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง “เอ่อใช่แล้ว น้าเหมย หลังจากผมจากไปแล้ว คนของตระกูลเฉินอาจจะสืบประวัติคุณ คุณต้องระวังหน่อยนะครับ” เฉินเฟิงรู้ดี ทาสผีที่คอยตามเขาอยู่ข้างหลัง จากลักษณะและความรอบคอบในการทำงานของพวกเขา จะต้องสืบมาถึงหลิวหวั่นเหมยแน่นอน
“นายน้อยท่านวางใจได้ ฉันเตรียมประวัติส่วนตัวอีกชุดหนึ่งไว้นานแล้วค่ะ” หลิวหวั่นเหมยพูดขึ้น
“อืม” เฉินเฟิงค่อย ๆ พยักหน้า คิดจะต่อกรกับเจ้าจิ้งจอกแก่อย่างเฉินเจิ้นหนานนี้ เขาจำเป็นจะต้องระมัดระวังอย่างมาก ถ้าก้าวพลาดไปก้าวหนึ่ง ก็อาจจะต้องแพ้ไปทั้งกระดานได้!
เสี้ยเมิ่งเหยานอนจนถึงช่วงบ่ายถึงตื่น พอตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเฉินเฟิง เธอก็ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ไม่ได้อีก เธอกอดเฉินเฟิงแล้วร้องไห้อย่างหนักขึ้นมา
“หือ หือ เฉินเฟิง ฉันกลัวมากเลย……”
“ไม่ต้องกลัวนะ มีผมอยู่ด้วยแล้ว” เฉินเฟิงพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน ถึงแม้เสี้ยเมิ่งเหยาดูแล้วจะเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่ได้ พอเจอคนชั่วแบบกู้ตงเชิน ถ้าจัดการได้ไม่ดี ก็อาจจะเหลือผลกระทบต่อจิตใจไว้ได้ เพราะฉะนั้นเฉินเฟิงถึงไม่ได้เล่าเรื่องราวตอนหลังให้เธอรู้ บอกเธอเพียงแค่ว่า ตำรวจมาถึงทันเวลาและช่วยเธอเอาไว้
“เฉินเฟิง ทำไมเสี้ยห้าวต้องใจร้ายขนาดนี้ ฉันเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขานะ เขาใจดำอำม