ินไปแล้ว หรือว่าคืนนี้ฉันนอนห้องนายดีกว่า” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดออกไปรวดเดียว พอพูดจบแล้ว เธอถึงรู้สึกว่าตัวเองดูเสนอตัวมากเกินไป ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความอายและแดงขึ้นมา
เฉินเฟิงมึนงง รีบส่ายหน้าไปมาแล้วพูดว่า “ไม่ยุ่งยาก ไม่ยุ่งยากเลยสักนิด ผมซ่อมหลอดไฟเก่งมากเลยนะ เมื่อก่อนตอนอยู่มหาลัย ผมซ่อมหลอดไฟให้คนอื่นเป็นประจำเลย คุณรอก่อน อย่างมากสามนาที ผมก็ซ่อมให้คุณเสร็จแล้ว”
“ไม่ต้องแล้ว อยู่ ๆ ฉันก็ไม่อยากจะซ่อมแล้ว!” เสี้ยเมิ่งเหยากัดฟันแน่น แล้วพูดประโยคเย็น ๆ ไปประโยคหนึ่ง หลังจากพูดจบก็ปิดประตูดังเสียงปัง!
“แอ๊ะ ๆ…..” เฉินเฟิงท่าทางมึนงง ผู้หญิงคนนี้นี่ยังไงกัน ไม่ใช่พูดว่าจะซ่อมหลอดไฟเหรอ ทำไมซ่อมไปซ่อมมาก็ไปเฉยเลย?
คืนนั้น เฉินเฟิงหลับสนิทตลอดคืน
แต่เสี้ยเมิ่งเหยากลับนอนไม่หลับทั้งคืน พอเช้าวันรุ่งขึ้น ก็ออกมาจากห้องนอนด้วยขอบตาดำดวงใหญ่ทั้งสองข้าง พอเห็นเฉินเฟิง แล้ว ก็เลยไม่ให้สีหน้าดี ๆ อะไรกับเฉินเฟิงดู
นี่ทำให้เฉินเฟิงรู้สึกประหลาดใจมาก เมื่อคืนยังดี ๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?
หลังจากที่เฉินเฟิงทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว ก็ไปเยี่ยมเสี้ยเว่ยกั๋วที่โรงพยาบาลรอบหนึ่ง ในเมื่อที่เสี้ยเว่ยกั๋วเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็เพราะเขา เพราะฉะนั้นเฉินเฟิงก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
หลังจากผ่านการผ่าตัดแล้ว เสี้ยเว่ยกั๋วก็ฟื้นขึ้นมาจากการสลบแล้ว แต่ว่าสติก็ยังเลอะเลือนอยู่มาก เฉินเฟิงก็เลยไม่กล้าพูดคุยกับเสี้ยเว่ยกั