ยาก็เต็มไปด้วยยิ้มหวาน เฉินเฟิงช่วยเธอเอาคืนได้ครั้งหนึ่ง เธอก็ยังรู้สึกดีใจมาก เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึง การถูกผู้ชายปกป้องแล้วมันเป็นความรู้สึกยังไง
พอเห็นเสี้ยเมิ่งเหยาดีใจจนเหมือนเด็กน้อย เฉินเฟิงก็รู้สึกยินดีไปด้วย ในที่สุดตัวเองก็สามารถทำให้เสี้ยเมิ่งเหยาดีใจได้ครั้งหนึ่งแล้ว
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เฉินเฟิงก็กลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง เขาแต่งงานกับเสี้ยเมิ่งเหยามาสามปี แต่พวกเขาแยกห้องนอนกันมาตลอด
ถึงแม้เฉินเฟิงจะรู้ดีว่า ถ้าหากตัวเองจะนอนกับเสี้ยเมิ่งเหยาด้วย เสี้ยเมิ่งเหยาก็ไม่มีทางปฏิเสธ แต่เฉินเฟิงกลับไม่อยากทำแบบนั้น
ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นสุภาพบุรุษขนาดไหน แต่เพราะว่าเขารักเสี้ยเมิ่งเหยาอย่างจริงใจ เพราะฉะนั้นถึงแม้จะอยากทำเรื่องอย่างว่ากับเสี้ยเมิ่งเหยา ก็ต้องรอจนถึงวันที่เสี้ยเมิ่งเหยาก็รักเขาด้วยความจริงใจด้วยเช่นกัน
เสี้ยเมิ่งเหยารักเขาไหม?
ส่วนนี้ ที่จริงในใจของเฉินเฟิงเองก็ไม่ชัดเจนนัก สำหรับตัวเขาเสี้ยเมิ่งเหยาอาจจะมีซาบซึ้งบ้างอาจจะมีความรักบ้าง แต่เฉินเฟิงรู้สึกว่า ส่วนใหญ่น่าจะเป็นซาบซึ้งมากกว่า แต่ไม่ใช่ความรัก
และนี่ก็คือเหตุผลที่เฉินเฟิงไม่กล้าล้ำเส้นเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียวตลอดมา
เขาหวังว่าจะมีสักวันที่ เสี้ยเมิ่งเหยาจะรักเขาอย่างหมดหัวใจ
การนอนด้วยกันแบบนั้น มันถึงจะมีความหมาย
“ปัง ปัง ปัง”
และในเวลานี้ เฉินเฟิงได้ยินเสียงเคาะประตูดังมาเป็นชุด