ูญไปแล้ว วาสนาได้ตกไปอยู่ในมือผู้อื่น หาใช่ศิษย์ในสำนักท่าน”
“อีกไม่นานก็จะเป็น”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าตอบเย็นเยียบ “ข้าคำนวณได้แล้วว่าเป็นผู้ใดแย่งชิงวาสนาไป ให้หยวนฉุนพาคนไปจัดการไว้แล้ว ไม่นานย่อมกลับสู่เส้นทางที่ควร”
“เหอะเหอะ…ท่านนี่มิปล่อยให้ผู้อื่นหายใจเลยจริงๆ” บุรุษวัยกลางคนส่ายหัว “หนทางแห่งเซียนนั้นแสนยากลำบาก ไยท่านจึงกดขี่ผู้เยาว์เกินไปนัก?”
“บางคราก็ควรให้พวกเขามีแววหวังบ้าง นิกายศักดิ์สิทธิ์ของเรายังจำเป็นต้องมีโลหิตใหม่ไหลเวียน”
“มิต้องให้ท่านมาสอนข้า”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าแค่นเสียงเย็นชา “หากเป็นเพียงเท่านี้ ข้าอาจยังไม่คิดลงมือ แต่ที่ข้าคำนวณได้คือ คนที่แย่งชิงวาสนาของเจินเหรินพันหลงไปนั้น มิใช่คนธรรมดา”
เอ่ยถึงตรงนี้ น้ำเสียงของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้ามีประกายแปลกใจอยู่บ้าง “ผู้นั้นเข้ามาเพียงไม่กี่ปี กลับกวาดกำไรมหาศาลในคราวหุ่นกระบอกตายแทนยังบำเพ็ญสำเร็จแสงโลหิตเทพอสูรหลอมแก่นกระบี่ได้คัมภีร์กระบี่แห่งนิกายกระบี่หยกสวรรค์ อีกทั้งพลังลมปราณถึงขั้นหก…”
“โอ้? เก่งกาจเพียงนี้หรือ?”
บุรุษวัยกลางคนฟังแล้วพลันตื่นตะลึง ลอบคำนวณอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถอนหายใจ “ไม่คาดว่านิกายศักดิ์สิทธิ์ของเราจะปรากฏผู้มีพรสวรรค์ถึงเพียงนี้”
กล่าวจบ เขาก็เผยแววสนใจขึ้นมาอย่างชัดเจน
“ชี้ทิศให้ข้าดูสักหน่อยเถิด อยากเห็นว่ากระดูกแท้ผู้นั้นเป็นเช่นไร หากเป็นชั้นเลิศ อาจปรุงเป็นโอสถชั้นยอดได้สักเม็ดหนึ่ง”