าวหัวเราะเสียงดังแล้วพูดขึ้น อยู่ในตระกูลเสี้ย เสี้ยหยุนเสิ้งก็คือสวรรค์ ! ขอแค่เสี้ยหยุนเสิ้งเป็นคนตัดสินใจ ต่อให้รู้ว่าไม่ถูกต้อง คนตระกูลเสี้ยทุกคนก็จะต้องปฏิบัติตาม
“หืม เธอก็ไสหัวกลับบ้านไปซะดี ๆ ไปส่งอาหารกับสามีที่ไร้ค่าคนนั้นของเธอไป นั่นถึงจะเป็นเรื่องที่เธอสมควรทำ” เสี้ยห้าวยิ้มเสียงเย็นทีหนึ่ง แล้วฮัมเพลงจากไป
รอจนห้องประชุมไม่เหลือใครแล้ว เสี้ยเมิ่งเหยาก็อดกลั้นต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว เธอฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วเริ่มสะอื้นขึ้นมา
ช่วงตอนเย็น เฉินเฟิงรีบกลับบ้านแต่หัววัน เขาเอาข้าวใส่ลงในหม้อนึ่ง จากนั้นก็เตรียมตัวออกไปรับเสี้ยเมิ่งเหยา
แต่ว่า พอเปิดประตูออกก็พบว่าเสี้ยเมิ่งเหยาได้ยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้ว
“ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจัง?” เฉินเฟิงถามขึ้น
เสี้ยเมิ่งเหยาไม่ได้พูดอะไร พอเฉินเฟิงเงยหน้าขึ้น ถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เสี้ยเมิ่งเหยาขอบตาแดงก่ำ และที่สำคัญบนตัวเธอยังมีกลิ่นเหล้าที่แสบจมูกอีกด้วย
เสี้ยเมิ่งเหยาดื่มเหล้ามาหรือนี่? เฉินเฟิงคิ้วขมวดเข้าหากัน แต่งงานกันมาสามปี เสี้ยเมิ่งเหยาแทบจะไม่เคยแตะต้องเหล้าแม้แต่หยดเดียว แล้วทำไมวันนี้ถึงได้ดื่มเหล้าจนกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั้งตัวแบบนี้
เสี้ยเมิ่งเหยาเดินเข้าประตูมาเหมือนร่างไร้วิญญาณ จากนั้นก็มานั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟา
เฉินเฟิงรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก เขากำลังจะเปิดปากถาม และเวลานี้หลินหลันก็เดินออกมาจากห้องนอนพอดี
“ลูกสาวคนดี