บทที่ 27 บรรลุค่ายกล
เรื่องราวดำเนินไปดั่งที่ลวี่หยางคาดไว้ทุกประการ ท้ายที่สุดจ้าวซวี่เหอก็ยอมขายคัมภีร์เก้าแปรมังกรให้เขาด้วยราคาถูกเพียงหนึ่งพันห้าร้อยแต้มคุณูปการ
มนุษย์นั้นไซร้…เมื่อเป็นหนี้ก็ล้วนเป็นเช่นนี้
เมื่อได้คัมภีร์เก้าแปรมังกรมาแล้ว ลวี่หยางก็รีบกลับสู่ถ้ำบำเพ็ญทันที จดจำเนื้อหาวิชาอย่างแน่นหนาทุกตัวอักษร จากนั้นจึงเก็บไว้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง
“น่าเสียดาย ข้ายังไม่อาจบำเพ็ญได้ในตอนนี้…”
ร่างกลายเป็นเงาโลหิต ระดับบำเพ็ญของข้าคงที่ไม่ขยับเขยื้อน หยุดนิ่งอยู่ที่ระดับรวมลมปราณขั้นปลายตลอดกาล ต่อให้ต้องการสลายพลังยังมิอาจกระทำได้ ฉะนั้นคงต้องรอในชาติหน้าเท่านั้น
แม้จะเป็นเช่นนั้น ลวี่หยางกลับไม่ได้เร่งรีบที่จะปลิดชีพตน
อย่างไรเสียเวลาเป็นสิ่งล้ำค่า ต่อให้มีคัมภีร์ร้อยชาติอยู่ในมือ เขาก็ไม่คิดจะผลาญมันเล่นง่ายๆ ต่อให้ไม่อาจบำเพ็ญได้ ก็ยังมีหนทางอื่นที่สามารถขัดเกลาตนเองให้ก้าวหน้าขึ้น
เมื่อนึกได้เช่นนี้ ลวี่หยางก็หยิบเคล็ดวิชาลับค่ายกลวิเศษของเซียนหญิงชิงเฉินออกมาจากถุงเก็บของอีกครั้ง
ใช่แล้ว เขาจะศึกษาค่ายกล!
ในหมู่ศิลปะแห่งการบำเพ็ญทั้งสี่ได้แก่ค่ายกล สมบัติ โอสถ ยันต์หากถนัดสักอย่างหนึ่งติดตัว ก็ย่อมกลายเป็นยอดคนในโลกเซียน ได้รับการต้อนรับไม่ว่าที่ใด
ตัวอย่างเช่นเซียนหญิงชิงเฉิน ลวี่หยางก็เห็นว่านางผู้นี้แท้จริงแล้วคืออัจฉริยะคนหนึ่งไม่เพียงเชี่ยวชาญวิชาค่ายกลยังสามารถหลอมค