ือ”
“ลองทํา MMORPG ดูไหมครับ” ทุกคนเสนอไอเดียต่างๆ นานา ถึงทุกคนที่อยู่ตรงนี้จะเป็นนักออกแบบ แต่ต่างคนก็ต่างมีความชอบในเกมที่ แตกต่างกัน ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีข้อจํากัดแบบนี้ ทุกคนย่อมเสนอความคิดเห็น โดยอ้างอิงจากความชอบของตวัเอง คิดอะไรได้ก็พูดออกมา เผยเชียนนั่งฟังเงียบๆ ความคิดที่สับสนวุ่นวายอยู่แล้วยิ่งตีกันม่ัวซั่วเข้าไปใหญ่ ปล่อยให้เสนอกันแบบนี้ไมไ่ด้เรื่องแน่!
เพราะทุกคนที่เข้าประชุมคือพนักงานหลักของฉางหยางเกมส์พวกเขาทํางานพัฒนา เกมมานานแล้วและเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทําถึงไอเดียที่เสนอมาจะอิงจากความชอบของ ตัวเอง แต่ก็เป็นไอเดียที่เชื่อถือได้ แม้จะมีไอเดียที่ดูมีโอกาสล้มเหลวสูง เช่น ทําเกม MMORPGแบบดั้งเดิมที่ต้อง
เติมเวลาเล่น แต่โอกาสล้มเหลวก็ยังไม่สูงพอ ถึงจะทําเกมออกมาตามแบบแผนก็น่าจะมีคนซื้ออยู่ดี เพราะงั้นเขาต้องหาทางพาทุกคนกลับมาสู่วิธีหารือกันที่ถูกต้อง เผยเชียนเคาะโต๊ะเบาๆ “ทุกคนรอก่อน
“ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่คุยกันแบบนี้หาข้อสรุปได้ยาก
“เอาแบบนี้แล้วกัน ผมจะให้แนวทางคร่าวๆ กับพวกคุณ
“ทุกคนคิดว่าเกมแนวไหนที่บริษัทเราไม่ค่อยแตะและมีรากฐานที่ค่อนข้างอ่อนแอ
“จะดีมากถ้าเป็นเกมสแตนด์อโลน” เหตุผลที่เขาเพิ่มประโยคสุดท้ายเข้าไปก็เพื่อความปลอดภัย เถิงต๋ายังไม่เคยทําเกม MMORPG สเกลใหญ่ก็จริง แต่การพัฒนาเกมแนวนี้มี
ความเสี่ยงที่จะประสบความสําเร็จสูงเกินไป