อบเขตกว้าง แต่ก็ฟุ้งกระจายเกินไป จำเป็นต้องทำให้ศัตรรูลดทอนพลังถึงระดับหนึ่งก่อน จึงจะมั่นใจได้ว่าสังหารได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
สุดท้าย สมบัติวิญญาณมีจิตสำนึกในตัวเอง อาจไม่ยอมระเบิดตามที่เจ้าของต้องการ
“ดีแล้ว! โชคยังคงอยู่ข้างข้า!”
เซียวสือเยี่ยรู้สึกราวกับว่าตนพลิกชะตาตั้งแต่เข้าสู่นิกายศักดิ์สิทธิ์ จะเอาอะไรก็ได้ดั่งใจ ทำสิ่งใดก็เหมือนมีเทพคอยหนุนช่วย
เมื่อเก็งกำไรหุ่นกระบอกตายแทน เขาก็โชคดีจนสามารถขายได้ในราคาสูงสุด กวาดแต้มคุณูปการมาหลายหมื่นโดยแทบไม่เสียอะไรเลย
แม้เพียงเดินเล่นในแดนปุถุชน ก็เก็บอาวุธวิเศษที่คนรุ่นก่อนได้ทิ้งไว้ได้อย่างง่ายดาย
ถูกผู้คนไล่ล่า ก็พอดีพบลวี่หยางที่เหมาะจะใช้เป็นโล่กันลูกธนูพอดี
ไม่ว่าจะเจอภัยร้ายอย่างไร สุดท้ายก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด ซ้ำยังได้ผลประโยชน์มากที่สุดจากเหตุการณ์เหล่านั้นราวกับฟ้าลิขิต
“ธงหมื่นวิญญาณช่างงดงามนัก… นับแต่นี้ไปก็เป็นของข้าแล้ว…”
เซียวสือเยี่ยกำลังจะก้าวเข้าไปคว้าสมบัติ แต่ในเวลาเกือบจะพร้อมกันนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งห้อมล้อมด้วยแสงโลหิตก็ปรากฏขึ้นข้างกายเขา ยื่นมือมาคว้าธงพร้อมกัน
เห็นภาพนั้น เซียวสือเยี่ยถึงกับตะลึงงัน ร่างทั้งร่างเริ่มสั่นระริกขึ้นมาโดยพลัน
“อะไรหรือ? ศิษย์น้องเซียวก็อยากได้สมบัตินี้เหมือนกันรึ?”
เงาโลหิตพลิ้วไหวครู่หนึ่ง ก่อนเผยให้เห็นใบหน้าของลวี่หยางอย่างช้าๆ เขาหันกลับมายิ้มกว้างให้เซียวสือเยี่ย