ียบได้กับตัวละครอับโชคในเรื่องเล่า ที่มีไว้เพียงเพื่อเป็นโล่รับเคราะห์แทนในยามที่ผู้ถูกลิขิตพบภัย!
ในสถานการณ์เช่นนี้จะแยกกันหนี?เท่ากับเรียกให้ศัตรูมุ่งเป้ามาที่ข้าแต่ผู้เดียว!
ลวี่หยางมั่นใจเต็มร้อย หากตนแยกหนีออกไปจริง สุดท้ายผู้ที่ถูกไล่ตามจนตายก็คือข้า ส่วนเซียวสือเยี่ยจะรอดพ้นได้อย่างมหัศจรรย์!
“ช่างร้ายกาจนัก….”
ลวี่หยางผ่อนลมหายใจขุ่นออกอย่างลึกยาว คนอย่างเซียวสือเยี่ย ผู้เป็นบุตรแห่งโชคชะตา ชอบโยนภัยไปยังผู้อื่นเช่นนี้ หากเป็นศิษย์แห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ก็ยากนักจะหลุดพ้นกลลวง
เพราะศิษย์แห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์…ล้วนไม่มีผู้ใดเป็นคนดี
หากเป็นศิษย์นิกายศักดิ์สิทธิ์คนอื่น เมื่อมีคนเสนอตัวถ่วงเวลาให้แล้วไซร้ ล้วนแต่จะปีติยินดีอย่างออกนอกหน้า หลั่งน้ำตาจระเข้เพียงสองสามหยด แล้วเร่งหนีโดยไม่แม้แต่จะลังเล
ทว่าเพียงทำเช่นนี้…ก็มีโอกาสกลายเป็นโล่กำบังให้เซียวสือเยี่ยในทันที
น่าเสียดาย เซียวสือเยี่ยกลับมาเจอกับลวี่หยาง
เซียวสือเยี่ยยึดมั่นว่าในนิกายศักดิ์สิทธิ์ไม่มีคนดี จึงวางแผนไว้เช่นนี้ แต่น่าเสียดาย…ลวี่หยางเองก็คิดแบบเดียวกัน
นิกายศักดิ์สิทธิ์ไม่มีคนดี แล้วจะให้เชื่อว่าเซียวสือเยี่ยคือคนดี?
ข้าไม่เชื่อ!
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคำพูดของเจ้าจะเพริศแพร้วปานใด ไม่ว่าการแสดงออกจะกล้าหาญเสียสละแค่ไหน ข้าก็จะถือว่าเจ้า “มิใช่คนดี” ไว้ก่อน แล้วจึงไล่เรียงดูว่าเจ้าคิดจะก่อกรรมสิ่งใด!
ใช่แล้ว ลวี่หย