ป็นเช่นนี้ ไฉนจึงไม่ไปพร้อมกันเสียเลย?”
ในชาติก่อน เขาเคยลองใช้ตัวเลขที่เซียวสือเยี่ยถูกรางวัลมาแล้ว หากแต่ในชาตินี้ เซียวสือเยี่ยจะเลือกหมายเลขใด เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะใคร่รู้ว่ามันเป็นเรื่องของวาสนา หรือมีเบื้องหลังดำมืดจริง
ขณะเดียวกัน ทะเลเมฆแห่งหนึ่งนอกยอดเขาหมื่นสมบัติ
ร่างเงากว่าสิบสายเงียบงันยืนหยัดอยู่กลางม่านเมฆ ผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดเป็นชายหนุ่มสวมชุดขาวรูปโฉมหล่อเหลา แววตาเฉียบคม อากัปกิริยาเปี่ยมเสน่ห์ รอบกายมีหมอกขาวลอยคลอเคลียไม่จางหาย
ในขณะนั้นเอง บุรุษผู้หนึ่งพลันแย้มหน้าแย้มตาอย่างยินดี
“พี่หลิว ศิษย์แซ่เซียวนั่น…ออกมาแล้ว”
เสียงยังไม่ทันสิ้น ชายหนุ่มรูปงามผู้นั้นก็ดูเหมือนจะตื่นจากสมาธิ กลุ่มหมอกที่คลอเคลียรอบกายพลันสลาย เผยให้เห็นใบหน้าที่ลวี่หยางไม่มีทางลืม
หลิวซิ่น!
เวลานี้ หลิวซิ่นก็เช่นกัน เขาทะลวงถึงขั้นปลายของการรวมลมปราณแล้ว อีกทั้งยังบำเพ็ญโดยใช้คัมภีร์เต๋าบรรพกาลเมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปยังมีกลิ่นอายเซียนอยู่หลายส่วน
“ในที่สุดก็ออกมาแล้ว…” หลิวซิ่นยิ้มน้อยๆ แววตาอบอุ่นเปี่ยมเสน่ห์ ใบหน้าไร้ร่องรอยความเหี้ยมโหดของนิกายมาร ดูไปคล้ายคลึงดั่งสายลมอันอ่อนโยนยามวสันต์ ทว่าทันทีที่เขาขับเคลื่อนลมปราณในกาย ใช้วิชาทัศนาปราณเพ่งไปยังทิศทางของเซียวสือเยี่ย รอยยิ้มนั้นก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
“…ขั้นปลายของการรวมลมปราณ?”
หลิวซิ่นขมวดคิ้วแนบแน่น เห็นได้ชัด