ตามหลักแล้วเขาต้องคอยเฝ้าระวัง แต่เมิ่งชั่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องระวังอะไรยังไง
หลังจากบอสเผยออกประกาศแจ้งกิจการที่เกี่ยวข้อง และสัญญาว่าเขาจะยังได้ค่าคอมมิชชันในกรณีที่ข้อมูลรั่วจากภายในบริษัท
เมิ่งชั่งก็รู้สึกว่าโอกาสเกิดปัญหาภายในเถิงต๋านั้นมีน้อยมากจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลย
แล้วเขายังต้องระวังอะไรอีก
จะให้เขามุดเข้าสายอินเทอร์เน็ตไปไล่บีบคอผู้เล่นแล้วบอกว่า ‘ห้ามคุยกันเรื่องคอร์สสร้างแรงบันดาลใจ’ เหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก
คำถามนี้ทำเผยเชียนผงะไป
ต้องระวังยังไงเหรอ
ถ้าฉันรู้ ทำไมฉันยังต้องมานั่งคิดหาวิธีผลาญเงินทุกวันๆ ต้องมานั่งอ่านรายงานจากกิจการต่างๆ ต้องมาคอยอัปเดตสถานการณ์กับพวกผู้ปัดงานฝึกผลาญด้วย
คิดเองให้ได้สิ! ฉันใจดีมากแล้วที่อุตส่าห์เตือนแก!
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เผยเชียนก็พูดขึ้น “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ลองกลับไปคิดดูให้ดีว่ามีช่องโหว่อะไรรึเปล่า
ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่ามาโทษคนอื่นที่ตัวเองไม่ได้ค่าคอมมิชชันแล้วกัน ถือว่าผมเตือนคุณแล้ว”
หลังจากวางสาย เมิ่งชั่งก็จ้องมือถือและตกสู่ภวังค์ความคิด
เขาสงสัยว่าบอสเผยน่าจะเล็งเห็นถึงปัญหาแต่จงใจไม่บอก ซึ่งก็ถือว่าเข้าใจได้ เพราะผลประโยชน์ของบอสเผยสวนทางกับของเขา
แค่บอสโทรมาเตือนก็ถือว่าใจดีมากแล้ว ไม่สามารถหวังอะไรไปมากกว่านี้ได้
แต่…ปัญหาคืออะไรล่ะ
ภายในเถิงต๋าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะงั้นเขาต้องโฟกัสที่โลกภายนอกและคอมมูนิตี้ผู้เ