แต่ตอนที่
Mission & Choice ทํายอดขายตั๋วได้ถล่มทลาย ขึ้นอยู่กับว่าจะมาช้าหรือมาเร็วแค่
นั้น
ตอนนี้เวลานั้นได้มาถึงแล้ว
โชคดีที่เผยเชียนเตรียมใจไว้แล้วบ้าง
เขาครุ่นคิดคร่าวๆ แล้วก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
ตามหลักแล้วเขาควรเลือกแบ่งรายได้โดยไม่ต้องคิด
เพราะถ้าขายขาดก็จะมีเงินก้อนใหญ่โอนเข้ามาตู้มเดียว ซึ่งต้องเป็นปัญหากับการ
สรุปบัญชีแน่นอน
การแบ่งรายได้จะทยอยได้เงินเฉลี่ยเท่าๆ กันทุกเดือน แรงกดดันในส่วนนี้จะไม่
สูงมาก
แต่เผยเชียนเคยแตกพ่ายไปแล้วกับกรณีของวันพรุ่งนี้ที่สดใส
ตอนนั้นเขาก็คิดแบบนี้แหละ เขาเลยขายลิขสิทธิ์วันพรุ่งนี้ที่สดใสในรูปแบบส่วน
แบ่งรายได้ เขาไม่คิดว่าหนังจะดังมากบนเว็บอ้ายลี่เต่า สุดท้ายเงินที่ทําได้ก็เกินราคา
ขายขาดไปมาก!
สถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนใจสุดๆ
อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ การขยายตารางฉาย
การขยายตารางฉายหมายความว่าหนังจะฉายในโรงนานขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่ม
ยอดขายตั๋ว แต่ความต้องการรับชมหนังก็จะลดลง หลังจากหนังลงเว็บแล้วก็จะมีคน
ติดตามน้อยลง ซึ่งราคาที่ทางเว็บเสนอซื้อก็จะลดลงตามไปด้วย
ตอนนั้นวันพรุ่งนี้ที่สดใสไม่ได้ขยายตารางฉาย ความต้องการของผู้ชมยังคงสูง
มากหลังจากหนังออกโรง พอมีคนดูเยอะส่วนแบ่งรายได้ก็เยอะตาม
แต่ Mission & Choice ขยายตารางฉายออกไปอีกสองเดือน ซึ่งน่าจะตอบ
กระแสความสนใจของผู้ชมส่วนใหญ่ได้ครบถ้วน หลายคนเข้าไปดูซ้ําสองสามรอบ
ราคาที่ทางเว็บเสนอให้